วันที่ 15-19 พฤศจิกยน 2553
วันจ้นทร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2553 ไปฝึกงานนอกสถานที่ ณ อิมแพ็คเมืองทอง
งาน ICT เพื่อการศึกษา โดยมีนายกอภิสิทธิ์ เดินทางไปเปิดงาน
งานที่ปฎิบัติ
-ไปยืนหน้างานเคยติดสติ๊กเกอร์ให้ผู้ที่มาร่วมงาน หากไม่มีสติ๊กเกอร์ก็เข้างานไม่ได้
-ไปช่วยเจกโปรชัวกับปากกาในงานในงาน ICTเพื่อการศึกษา 700 ชุด
- ช่วยพี่เดินแจกข้างกล่องให้แต่ละบู๊ท ในงาน ICT เพื่อการศึกษา
งานวันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2553
งานที่ปฎิบัติ
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์กระทรวง หัวข้อข่าวเด่นประเด็นร้อน จำนวน 30 ข่าว
- แก้ไขปฎิทินรายการทำงานขึ้นเว็บไซต์
- เอาข่าวภาษาอังกฤษขึ้นหน้าเว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษ จำนวน 20 ข่าว
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์ หัวข้อข่าวคนดีโรงเรียนเด่น จำนวน 15 ข่าว
- รับโทรศัพท์ , ถ่ายเอกสาร , เดินส่งเอกสาร , ไปส่งพัสดุ
- เข้าไปเช็ครวมเว็บไซต์อื่นๆว่าสามารถลิ้งเข้าไปได้หรือเปล่า โดยมีหัวข้อข่าวดังนี้
1.สถานที่ท่องเที่ยว แบ่งออกเป็น 35 หัวข้อ
2.สถานีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ แบ่งออกเป็น 26 หัวข้อ
3.คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี แบ่งออกเป็น 23 หัวข้อ
4.สุขภาพและโรงพยาบาล แบ่งออกเป็น 61 หัวข้อ
5. ทั่วไป แบ่งออกเป็น 12 หัวข้อ
ปัญหา
- มีเว็บไซต์ที่ไม่สามารถเข้าลิ้งได้
การแก้ปัญหา
- แก้ไขให้พี่เค้าสอนทำลิ้งเข้าเว็บไซต์ใหม่
ประโยชน์ที่ได้รับ
- ได้รู้จักการทำงานนอกสถานที่
- ได้รู้จักการวางตัวให้ถูกต้องและเหมาะสม
- ได้รู้จักการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบนเว็บไซต์
วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
สรุปรายการปฎิบัติงานสัปดาห์ที่ 2
วันที่ 8 - 12 พฤศจิกายน 2553
งานที่ปฎิบัติ
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์ข่าวเด่นประเด็นร้อน จำนวน 50 ข่าว
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์หัวข้อ ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก 10 ข่าว
- นำข่าวภาษาอังกฤษขึ้นเว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษ 15 ข่าว
- พิมพ์งานเอกสารและแปลงไฟล์ PTF
- แก้ไขปฎิทินรายการทำงานขึ้นหน้าเว็บไซต์กระทรวง
- รับโทรศัพท์
- ถ่ายเอกสาร
- เดินส่งเอกสาร
- เข้าประชุมเพื่อเตรียมงาน ICT เพื่อการศึกษา ณ เมืองทอง
ปัญหา
- เอกสารที่ไปถ่ายมาเรียงไม่ตรงตามต้นฉบับ
การแก้ไขปัญหา
- ต้องไปยืมเอกสารต้นฉบับที่เอาไปส่งแล้วกับมาดูเพื่อเรียงให้ถูกต้องใหม่
ประโยชน์ที่ได้รับ
- รู้จักการวางแผนในการปฎิบัติงาน
- ได้รู้จักการแบ่งหน้าที่ในการเตรียมงานก่อนวันจริง
งานที่ปฎิบัติ
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์ข่าวเด่นประเด็นร้อน จำนวน 50 ข่าว
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์หัวข้อ ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก 10 ข่าว
- นำข่าวภาษาอังกฤษขึ้นเว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษ 15 ข่าว
- พิมพ์งานเอกสารและแปลงไฟล์ PTF
- แก้ไขปฎิทินรายการทำงานขึ้นหน้าเว็บไซต์กระทรวง
- รับโทรศัพท์
- ถ่ายเอกสาร
- เดินส่งเอกสาร
- เข้าประชุมเพื่อเตรียมงาน ICT เพื่อการศึกษา ณ เมืองทอง
ปัญหา
- เอกสารที่ไปถ่ายมาเรียงไม่ตรงตามต้นฉบับ
การแก้ไขปัญหา
- ต้องไปยืมเอกสารต้นฉบับที่เอาไปส่งแล้วกับมาดูเพื่อเรียงให้ถูกต้องใหม่
ประโยชน์ที่ได้รับ
- รู้จักการวางแผนในการปฎิบัติงาน
- ได้รู้จักการแบ่งหน้าที่ในการเตรียมงานก่อนวันจริง
วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
สรุปรายการปฎิบัติงานสัปดาห์ที่ 1
วันที่ 1-5 พฤศจิกยน 2553
งานที่ได้ปฎิบัติ
วันที่ 1 พ.ย.2553
- ศึกษาเกี่ยวกับเว็บไซต์สารสนเทศของกระทรวงศึกษาธิการ
- ตรวจสอบรายชื่อว่าตรงกับวุฒิบัตรหรือเปล่า
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
วันที่ 2 พ.ย.2553
- หาข่าวเกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่ออเอาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ หัวข้อข่าว ข่าวคนดีเด่นในวงการสถานศึกษา ,ทุนการศึกษา,ข่าวเด่นประเด็นร้อน
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าว ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
- พิมพ์งานและเอาข้อมูลลงข่าวประชาสัมพันธ์
วันที่ 3 พ.ย.2553
- เข้าไปแก้ไขเบอร์โทรในหน้าเว็บสำนักงานปลัดกระทรวงและทำเนียบผู้บริหารระดับสูง
- เอาข่าวภาษาอังกฤษขึ้นหน้าเว็บข่าวภาษาอังกฤษ
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์ ข่าวเด่นประเด็นร้อน
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าว ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
วันที่ 4 พ.ย.2553
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์หัวข้อข่าวเด่นประเด็นร้อน
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าว ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
- แก้ไขข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาในเว็บไซต์
วันที่ 5 พ.ย.2553
- แก้ไขปฎิทินการทำงานขึ้นเว็บไซต์
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าวเด่นประเด็นร้อน
- เอาข่าวภาษาอังกฤษขึ้นหน้าเว็บข่าวภาษาอังกฤษ
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
ปัญหา
- ไม่คุ้นเคยกับเว็บไซต์หน่วยงานสารสนเทศของกระทรวงศึกษาธิการ
- ค้นหาใบรายชื่อที่ให้ตรวจสอบไม่เจอ
- รับโทรศัพท์ไม่สามารถตอบข้อสงสัยได้
การแก้ไขปัญหา
- สอบถามพี่ที่อยู่หน่วยสารสนเทศ
- สอบถามพี่ที่มอบหมายงานให้และถามว่ารายชื่อจะอยู่ตรงไหน
- มีการโอนสายไปให้หัวหน้าตอบข้อสงสัย
ประโยชน์ที่ได้รับ
- สร้างเสริมลักษณะนิสัยให้เป็นคนตรงต่อเวลา
- รู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับเพื่อนร่วมงาน
- รู้จักการมีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย
- เรียนรู้โปรแกรมต่างๆ ที่หน่วยงานนำมาใช้ในการทำงาน
- เรียนรู้ทักษะการใช้งานอุปกรณ์สำนักงาน
- ได้รับความรู้ใหม่และประสบการณ์ในสภาวะการทำงานจริง
งานที่ได้ปฎิบัติ
วันที่ 1 พ.ย.2553
- ศึกษาเกี่ยวกับเว็บไซต์สารสนเทศของกระทรวงศึกษาธิการ
- ตรวจสอบรายชื่อว่าตรงกับวุฒิบัตรหรือเปล่า
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
วันที่ 2 พ.ย.2553
- หาข่าวเกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่ออเอาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ หัวข้อข่าว ข่าวคนดีเด่นในวงการสถานศึกษา ,ทุนการศึกษา,ข่าวเด่นประเด็นร้อน
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าว ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
- พิมพ์งานและเอาข้อมูลลงข่าวประชาสัมพันธ์
วันที่ 3 พ.ย.2553
- เข้าไปแก้ไขเบอร์โทรในหน้าเว็บสำนักงานปลัดกระทรวงและทำเนียบผู้บริหารระดับสูง
- เอาข่าวภาษาอังกฤษขึ้นหน้าเว็บข่าวภาษาอังกฤษ
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์ ข่าวเด่นประเด็นร้อน
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าว ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
วันที่ 4 พ.ย.2553
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์หัวข้อข่าวเด่นประเด็นร้อน
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าว ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
- แก้ไขข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาในเว็บไซต์
วันที่ 5 พ.ย.2553
- แก้ไขปฎิทินการทำงานขึ้นเว็บไซต์
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าวเด่นประเด็นร้อน
- เอาข่าวภาษาอังกฤษขึ้นหน้าเว็บข่าวภาษาอังกฤษ
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
ปัญหา
- ไม่คุ้นเคยกับเว็บไซต์หน่วยงานสารสนเทศของกระทรวงศึกษาธิการ
- ค้นหาใบรายชื่อที่ให้ตรวจสอบไม่เจอ
- รับโทรศัพท์ไม่สามารถตอบข้อสงสัยได้
การแก้ไขปัญหา
- สอบถามพี่ที่อยู่หน่วยสารสนเทศ
- สอบถามพี่ที่มอบหมายงานให้และถามว่ารายชื่อจะอยู่ตรงไหน
- มีการโอนสายไปให้หัวหน้าตอบข้อสงสัย
ประโยชน์ที่ได้รับ
- สร้างเสริมลักษณะนิสัยให้เป็นคนตรงต่อเวลา
- รู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับเพื่อนร่วมงาน
- รู้จักการมีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย
- เรียนรู้โปรแกรมต่างๆ ที่หน่วยงานนำมาใช้ในการทำงาน
- เรียนรู้ทักษะการใช้งานอุปกรณ์สำนักงาน
- ได้รับความรู้ใหม่และประสบการณ์ในสภาวะการทำงานจริง
วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ลูกแรดเตรียมพร้อมล่าเหยื่อ
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ3
1.ความมีเหตุผล :ความสามารถในการใช้ปัญญาในการประพฤติปฏิบัติ รู้จักไตร่ตรอง พิสูจน์ให้ประจักษ์ ไม่หลงงมงาย มีความยับยั้งชั่งใจ ไม่ผูกพันตนเองกับอารมณ์และความยึดมั่นส่วนตัวความสามารถในการหาสาเหตุของสิ่งต่าง ๆ ได้โดยการคิดใคร่ครวญ ไตร่ตรองปัญหาต่าง ๆ ว่ามีต้นตอมามาจากสิ่งใด รวมไปถึงการพิจารณาว่าถ้าทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดลงไปแล้วจะเกิดผลดีหรือผลเสียต่อตนเอง และคนรอบข้างอย่างไรบ้าง
อย่างเช่น
– ใช้กระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล
- ศรัทธาต่อการเข้าให้ถึงความจริงของเรื่องต่าง ๆ
- ไม่ลุ่มหลงเพราะเชื่องมงาย
- ไม่ยึดตนเองหรือบุคคลเป็นใหญ่
- ไม่สรุปอย่างง่าย ๆ โดยไม่ใช้เหตุผลอย่างรอบคอบ
- รู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักตน รู้จักประมาณ รู้จักกาละเทศะ
2. ความประหยัด :การใช้สิ่งทั้งหลายอย่างพอเหมาะพอควรเพื่อให้ได้ประโยชน์มากที่สุดการรู้จักใช้ รู้จักออมทรัพย์สิน เวลา ทรัพยากรทั้งส่วนตนและสังคมตามความจำเป็นให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด รวมทั้งการรู้จักดำรงชีวิตให้เหมาะสมกับสภาพฐานะความเป็นอยู่ส่วนตนและสังคม
อย่างเช่น
- รู้จักใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ เหมาะกับสถานการณ์
- ใช้จ่ายทรัพย์เท่าที่จำเป็น สมควรแก่อัตภาพ
- รู้จักใช้ประโยชน์จากของเก่า
- รู้จักทำของใช้เอง
- ใช้และถนอมของใช้ และทรัพย์สินให้คงคุณค่า และประโยชน์
3. ความอดทนอดกลั้น : ความอดทน คือการกระทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ สม่ำเสมอเป็นระยะเวลานาน โดยไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรคทั้งปวง ความอดกลั้น คือ การรู้จักข่มใจในเวลาที่เผชิญกับเหตุการณ์ที่เย้ายวนทุกรูปแบบ อันจะทำให้ไม่เกิดความเสียหายหรือถลำลึกลงไปในความชั่วร้าย หรือความทุจริตทั้งปวง ความเข้มแข็ง ความบึกบึน ความหนักแน่นของจิตใจที่สามารถยืนหยัดต่อสู้การกระทบกระทั้งของสภาพการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่แสดงอาการหวั่นไหวใด ๆ
อย่างเช่น
- ไม่แสดงอาการเจ็บป่วย หรือทุรนทุรายต่อความเจ็บป่วย หรือต่อ ความลำบาก ตรากตรำ
- อดทนต่อความยากลำบาก ต่อคำเย้ยหยัน คำดูหมิ่น และคำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่นโดยไม่แสดงปฏิบัติโต้ตอบใด ๆ
- มีจิตใจเข้มแข็ง ไม่ท้อแท้ ไม่ว่าจะตกอยู่ในสภาพการณ์หรือเหตุการณ์ใด ๆ
4. ความเคารพนับถือผู้อื่น : การแสดงออกซึ่งกาย วาจา ใจ อันสุภาพอ่อนโยน การรู้จักสำรวม รู้จักการให้เกียรติผู้อื่นและให้เกียรติสิ่งที่ควรเคารพอย่างถูกต้องเหมาะสมตามโอกาสและสถานการณ์ การเคารพในการแสดงออกทางความคิด คำพูดและการกระทำของผู้อื่น อันจะทำให้ตนเองมีใจที่เปิดกว้าง ไม่หมกมุ่นอยู่แต่ความติดของตนเอง เพราะในบางครั้งการที่ยึดติดอยู่เฉพาะแต่ความคิดของตนอย่างเดียวนั้นอาจจะผิดพลาด หรือมองปัญหาได้ไม่ทั่วถึง
อย่างเช่น
- แสดงความสุภาพอ่อนโยน
- แสดงอากัปกิริยาสำรวมและสงบเสงี่ยม
- ยอมรับฟังคำแนะนำของผู้อื่นด้วยกิริยาอันสำรวม
5.ความสามัคคี :ความพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การร่วมมือกันทำกิจการให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีความพร้อมเพรียง หรือความปรองดองกัน
อย่างเช่น
- รักหมู่คณะ มีใจหวังดี
- มองคนอื่นในแง่ดีเสมอ
- เข้ามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกิจการของส่วนรวม
- เป็นผู้ประสานความสามัคคีในหมู่คณะ
- ปรับตนเองให้เข้ากับผู้อื่นได้
ในการที่ข้าพเจ้าได้เรียนวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 3 นั้นทำให้ข้าพเจ้าได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก ข้าพเจ้าได้ทั้งเพื่อนและก็ประสบการณ์ในการทำงานกับคนอื่น ซึ่งข้าพเจ้าไม่ได้สนิทมาก่อนก็ได้มาทำงานร่วมกัน ซึ่งก็ทำให้ข้าพเจ้าได้รับความรู้เพิ่มเติม และก็มีข้อคิดดีๆ ที่ได้จากอาจารย์ผู้สอนทุกท่านซึ่งมักจะมีข้อคิดเตือนใจข้าพเจ้าอยู่เสมอ นอกจากนั้นก็จะมีวิทยากรต่างๆที่กิจกรรมของแต่ละแขนงจัดขึ้น ข้าพเจ้าจะนำสิ่งดีๆที่ข้าพเจ้าได้รับมานี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด
1.ความมีเหตุผล :ความสามารถในการใช้ปัญญาในการประพฤติปฏิบัติ รู้จักไตร่ตรอง พิสูจน์ให้ประจักษ์ ไม่หลงงมงาย มีความยับยั้งชั่งใจ ไม่ผูกพันตนเองกับอารมณ์และความยึดมั่นส่วนตัวความสามารถในการหาสาเหตุของสิ่งต่าง ๆ ได้โดยการคิดใคร่ครวญ ไตร่ตรองปัญหาต่าง ๆ ว่ามีต้นตอมามาจากสิ่งใด รวมไปถึงการพิจารณาว่าถ้าทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดลงไปแล้วจะเกิดผลดีหรือผลเสียต่อตนเอง และคนรอบข้างอย่างไรบ้าง
อย่างเช่น
– ใช้กระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล
- ศรัทธาต่อการเข้าให้ถึงความจริงของเรื่องต่าง ๆ
- ไม่ลุ่มหลงเพราะเชื่องมงาย
- ไม่ยึดตนเองหรือบุคคลเป็นใหญ่
- ไม่สรุปอย่างง่าย ๆ โดยไม่ใช้เหตุผลอย่างรอบคอบ
- รู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักตน รู้จักประมาณ รู้จักกาละเทศะ
2. ความประหยัด :การใช้สิ่งทั้งหลายอย่างพอเหมาะพอควรเพื่อให้ได้ประโยชน์มากที่สุดการรู้จักใช้ รู้จักออมทรัพย์สิน เวลา ทรัพยากรทั้งส่วนตนและสังคมตามความจำเป็นให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด รวมทั้งการรู้จักดำรงชีวิตให้เหมาะสมกับสภาพฐานะความเป็นอยู่ส่วนตนและสังคม
อย่างเช่น
- รู้จักใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ เหมาะกับสถานการณ์
- ใช้จ่ายทรัพย์เท่าที่จำเป็น สมควรแก่อัตภาพ
- รู้จักใช้ประโยชน์จากของเก่า
- รู้จักทำของใช้เอง
- ใช้และถนอมของใช้ และทรัพย์สินให้คงคุณค่า และประโยชน์
3. ความอดทนอดกลั้น : ความอดทน คือการกระทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ สม่ำเสมอเป็นระยะเวลานาน โดยไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรคทั้งปวง ความอดกลั้น คือ การรู้จักข่มใจในเวลาที่เผชิญกับเหตุการณ์ที่เย้ายวนทุกรูปแบบ อันจะทำให้ไม่เกิดความเสียหายหรือถลำลึกลงไปในความชั่วร้าย หรือความทุจริตทั้งปวง ความเข้มแข็ง ความบึกบึน ความหนักแน่นของจิตใจที่สามารถยืนหยัดต่อสู้การกระทบกระทั้งของสภาพการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่แสดงอาการหวั่นไหวใด ๆ
อย่างเช่น
- ไม่แสดงอาการเจ็บป่วย หรือทุรนทุรายต่อความเจ็บป่วย หรือต่อ ความลำบาก ตรากตรำ
- อดทนต่อความยากลำบาก ต่อคำเย้ยหยัน คำดูหมิ่น และคำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่นโดยไม่แสดงปฏิบัติโต้ตอบใด ๆ
- มีจิตใจเข้มแข็ง ไม่ท้อแท้ ไม่ว่าจะตกอยู่ในสภาพการณ์หรือเหตุการณ์ใด ๆ
4. ความเคารพนับถือผู้อื่น : การแสดงออกซึ่งกาย วาจา ใจ อันสุภาพอ่อนโยน การรู้จักสำรวม รู้จักการให้เกียรติผู้อื่นและให้เกียรติสิ่งที่ควรเคารพอย่างถูกต้องเหมาะสมตามโอกาสและสถานการณ์ การเคารพในการแสดงออกทางความคิด คำพูดและการกระทำของผู้อื่น อันจะทำให้ตนเองมีใจที่เปิดกว้าง ไม่หมกมุ่นอยู่แต่ความติดของตนเอง เพราะในบางครั้งการที่ยึดติดอยู่เฉพาะแต่ความคิดของตนอย่างเดียวนั้นอาจจะผิดพลาด หรือมองปัญหาได้ไม่ทั่วถึง
อย่างเช่น
- แสดงความสุภาพอ่อนโยน
- แสดงอากัปกิริยาสำรวมและสงบเสงี่ยม
- ยอมรับฟังคำแนะนำของผู้อื่นด้วยกิริยาอันสำรวม
5.ความสามัคคี :ความพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การร่วมมือกันทำกิจการให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีความพร้อมเพรียง หรือความปรองดองกัน
อย่างเช่น
- รักหมู่คณะ มีใจหวังดี
- มองคนอื่นในแง่ดีเสมอ
- เข้ามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกิจการของส่วนรวม
- เป็นผู้ประสานความสามัคคีในหมู่คณะ
- ปรับตนเองให้เข้ากับผู้อื่นได้
ในการที่ข้าพเจ้าได้เรียนวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 3 นั้นทำให้ข้าพเจ้าได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก ข้าพเจ้าได้ทั้งเพื่อนและก็ประสบการณ์ในการทำงานกับคนอื่น ซึ่งข้าพเจ้าไม่ได้สนิทมาก่อนก็ได้มาทำงานร่วมกัน ซึ่งก็ทำให้ข้าพเจ้าได้รับความรู้เพิ่มเติม และก็มีข้อคิดดีๆ ที่ได้จากอาจารย์ผู้สอนทุกท่านซึ่งมักจะมีข้อคิดเตือนใจข้าพเจ้าอยู่เสมอ นอกจากนั้นก็จะมีวิทยากรต่างๆที่กิจกรรมของแต่ละแขนงจัดขึ้น ข้าพเจ้าจะนำสิ่งดีๆที่ข้าพเจ้าได้รับมานี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด
วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552
DTS 11-16/09/2552
สรุปเนื้อหาบทเรียน "Data Structure"
เรื่อง Searching
การค้นหาข้อมูลแบ่งตามลักษณะการจัดเก็บได้ 2 อย่างคือ
1. การค้นหาข้อมูลภายใน (Internal Search)
2. การค้นหาข้อมูลภายนอก (External Search)
แบ่งตามลักษณะการค้นหาได้ 2 อย่างคือ
1. การค้นหาข้อมูลตามลำดับ (Linear Search)
ซึ่งการค้นหาแบบนี้มีเทคนิค 2 อย่างคือ
1.1 Unsorted Linear Search เป็นการค้นหาข้อมูลแบบเรียงลำดับทีละตัว เริ่มตั้งแต่ข้อมูลตัวแรก ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบข้อมูลที่ต้องการ หรือจนหมดทุกตัว
Algorithm
1. กำหนดให้ ตัวนับเริ่มต้นเป็นตัวแรกของข้อมูล
2. เปรียบเทียบข้อมูล ถ้า - พบข้อมูล ทำข้อ 5 - ไม่พบข้อมูล ทำข้อ 3
3. เพิ่มค่า ตัวนับ
4. ทำซ้ำข้อ 2
5. จบ
1.2 Sorted Linear Search เป็นการค้นหาข้อมูลแบบเรียงลำดับทีละตัว เริ่มตั้งแต่ข้อมูลตัวแรก ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบข้อมูลที่ต้องการ หรือจนค่าของข้อมูลตัวถัดไปมีค่ามากกว่า ซึ่งมีเงื่อนไขว่า ข้อมูลนั้นต้องมีการจัดเรียงแล้วเท่านั้น
Algorithm
1. กำหนดให้ ตัวนับเริ่มต้นเป็นตัวแรกของข้อมูล
2. เปรียบเทียบข้อมูล ถ้า -พบข้อมูล ทำข้อ 5 -ค่าของข้อมูลที่ต้องการค้นหา < ค่าของข้อมูลที่ตำแหน่ง ตัวนับ ทำข้อ 5
3. เพิ่มค่า ตัวนับ
4. ทำซ้ำข้อ 2
5. จบ
2. การค้นหาข้อมูลทวิภาค (Binary Search)
2.1 Binary Search in Array เป็นการค้นหาข้อมูลแบบทวิภาค โดยอาศัยการแบ่งข้อมูลที่มีอยู่ออกเป็นส่วน ๆ ซึ่งต้องหาค่ากลางของข้อมูลแล้วทำการเปรียบเทียบข้อมูลจากค่ากลางนั้น และข้อมูลต้องมีการจัดเรียงแล้วเท่านั้น
Algorithm
1. หาตำแหน่งกึ่งกลางโดย ได้จาก (Lo+Hi)/2
2. เปรียบเทียบ ถ้า
2.1 พบข้อมูล ทำข้อ 4
2.2 ข้อมูลมีค่าน้อยกว่าค่ากลางให้ ค่ากลางทางซ้าย
2.3 ข้อมูลมีค่ามากกว่าค่ากลางให้ ค่ากลางทางขวา
3. ทำซ้ำข้อ 2 จนกระทั่ง ตำแหน่ง Hi=Lo
4. จบ
2.2 Binary Search Tree เป็นการค้นหาข้อมูลแบบทวิภาค ซึ่งข้อมูลจัดอยู่ในรูปแบบของ Tree ที่เป็นลักษณะของ Binary Tree
Algorithm
1. สร้าง Binary Tree
2. เปรียบเทียบ กับ Node ที่อยู่ขณะนั้น ถ้า
2.1 ถ้าพบ ทำข้อ 4
2.2 ถ้า ค่าที่ต้องการค้นหา > Node ที่อยู่ขณะนั้น ให้หา Node ทางขวา
2.3 ถ้า ค่าที่ต้องการค้นหา < Node ที่อยู่ขณะนั้น ให้หา Node ทางซ้าย
3. ทำซ้ำข้อ 2 จน Node ไม่มี Child
4. จบ
เรื่อง Searching
การค้นหาข้อมูลแบ่งตามลักษณะการจัดเก็บได้ 2 อย่างคือ
1. การค้นหาข้อมูลภายใน (Internal Search)
2. การค้นหาข้อมูลภายนอก (External Search)
แบ่งตามลักษณะการค้นหาได้ 2 อย่างคือ
1. การค้นหาข้อมูลตามลำดับ (Linear Search)
ซึ่งการค้นหาแบบนี้มีเทคนิค 2 อย่างคือ
1.1 Unsorted Linear Search เป็นการค้นหาข้อมูลแบบเรียงลำดับทีละตัว เริ่มตั้งแต่ข้อมูลตัวแรก ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบข้อมูลที่ต้องการ หรือจนหมดทุกตัว
Algorithm
1. กำหนดให้ ตัวนับเริ่มต้นเป็นตัวแรกของข้อมูล
2. เปรียบเทียบข้อมูล ถ้า - พบข้อมูล ทำข้อ 5 - ไม่พบข้อมูล ทำข้อ 3
3. เพิ่มค่า ตัวนับ
4. ทำซ้ำข้อ 2
5. จบ
1.2 Sorted Linear Search เป็นการค้นหาข้อมูลแบบเรียงลำดับทีละตัว เริ่มตั้งแต่ข้อมูลตัวแรก ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบข้อมูลที่ต้องการ หรือจนค่าของข้อมูลตัวถัดไปมีค่ามากกว่า ซึ่งมีเงื่อนไขว่า ข้อมูลนั้นต้องมีการจัดเรียงแล้วเท่านั้น
Algorithm
1. กำหนดให้ ตัวนับเริ่มต้นเป็นตัวแรกของข้อมูล
2. เปรียบเทียบข้อมูล ถ้า -พบข้อมูล ทำข้อ 5 -ค่าของข้อมูลที่ต้องการค้นหา < ค่าของข้อมูลที่ตำแหน่ง ตัวนับ ทำข้อ 5
3. เพิ่มค่า ตัวนับ
4. ทำซ้ำข้อ 2
5. จบ
2. การค้นหาข้อมูลทวิภาค (Binary Search)
2.1 Binary Search in Array เป็นการค้นหาข้อมูลแบบทวิภาค โดยอาศัยการแบ่งข้อมูลที่มีอยู่ออกเป็นส่วน ๆ ซึ่งต้องหาค่ากลางของข้อมูลแล้วทำการเปรียบเทียบข้อมูลจากค่ากลางนั้น และข้อมูลต้องมีการจัดเรียงแล้วเท่านั้น
Algorithm
1. หาตำแหน่งกึ่งกลางโดย ได้จาก (Lo+Hi)/2
2. เปรียบเทียบ ถ้า
2.1 พบข้อมูล ทำข้อ 4
2.2 ข้อมูลมีค่าน้อยกว่าค่ากลางให้ ค่ากลางทางซ้าย
2.3 ข้อมูลมีค่ามากกว่าค่ากลางให้ ค่ากลางทางขวา
3. ทำซ้ำข้อ 2 จนกระทั่ง ตำแหน่ง Hi=Lo
4. จบ
2.2 Binary Search Tree เป็นการค้นหาข้อมูลแบบทวิภาค ซึ่งข้อมูลจัดอยู่ในรูปแบบของ Tree ที่เป็นลักษณะของ Binary Tree
Algorithm
1. สร้าง Binary Tree
2. เปรียบเทียบ กับ Node ที่อยู่ขณะนั้น ถ้า
2.1 ถ้าพบ ทำข้อ 4
2.2 ถ้า ค่าที่ต้องการค้นหา > Node ที่อยู่ขณะนั้น ให้หา Node ทางขวา
2.3 ถ้า ค่าที่ต้องการค้นหา < Node ที่อยู่ขณะนั้น ให้หา Node ทางซ้าย
3. ทำซ้ำข้อ 2 จน Node ไม่มี Child
4. จบ
DTS10-09/09/2552
สรุปเนื้อหาบทเรียน "Data Structure" เรื่อง Graph (ต่อ) และ Sorting
การท่องไปในกราฟ (graph traversal) คือ กระบวนการเข้าไปเยือนโหนดในกราฟ โดยมีหลักในการทำงานคือ แต่ละโหนดจะถูกเยือนเพียงครั้งเดียว สำหรับการท่องไปในทรีเพื่อเยือนแต่ละโหนดนั้นจะมีเส้นทางเดียว แต่ในกราฟระหว่างโหนดอาจจะมีหลายเส้นทาง ดังนั้นเพื่อป้องกันการท่องไปในเส้นทางที่ซ้ำเดิมจึงจำเป็นต้องทำเครื่องหมายมาร์คบิตบริเวณที่ได้เยือนเสร็จเรียบร้อยแล้วเพื่อไม่ให้เข้าไปเยือนอีก
สำหรับเทคนิคการท่องไปในกราฟมี 2 แบบดังนี้
การท่องแบบกว้าง (Breadth first traversal) วิธีนี้ทำโดยเลือกโหนดที่เป็นจุดเริ่มต้น ต่อมาให้เยือนโหนดอื่นที่ใกล้กันกับโหนดเริ่มต้นทีละระดับ จนกระทั่งเยือนหมดทุกโหนดในกราฟ
การท่องแบบลึก (Depth first traversal) การทำงานคล้ายกับการท่องทีละระดับของทรี โดยกำหนดเริ่มต้นที่โหนดแรกและเยือนโหนดถัดไปตามแนววิถีนั้นจนกระทั่งนำไปสู่ปลายวิถีนั้น จากนั้น ย้อนกลับ (backtrack) ตามแนววิถีเดิมนั้น จนกระทั่งสามารถดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่แนววิถีอื่น ๆ เพื่อเยือนโหนดอื่น ๆ ต่อไปจนครบทุกโหนด Sorting
การเรียงลำดับข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่งเนื่องจากทำให้ผู้ต้องการใช้ข้อมุลเช่น ผู้บริหาร,ผู้ปฏิบัติงาน (พนักงาน) สามารถทำความเข้าใจกับข้อมูลหรือทำการค้นหาข้อมูลได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้นตามที่ต้องการ
การเรียงข้อมูล สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ
การเรียงข้อมูลแบบภายใน (Internal Sorting) คือ การเรียงลำดับข้อมูล โดยทั้งหมดต้องจัดเก็บอยู่ในหน่วยความจำหลัก (main memory) ที่มีการเข้าถึงข้อมูลได้เร็ว โดยไม่จำเป็นต้องใช้หน่วยความจำสำรอง เช่น ดิสค์ หรือเทปสำหรับการจัดเก็บชั่วคราว ใช้ในกรณีที่ข้อมูลไม่มากเกินกว่าพื้นที่ความจำที่กำหนดให้กับผู้ใช้แต่ละราย
การเรียงข้อมูลแบบภายนอก (External Sorting) คือ การ เรียงลำดับข้อมูลที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะสามารถเก็บไว้ใน พื้นที่ความจำหลักที่กำหนดให้ได้ในคราวเดียว ดังนั้นข้อมูล ส่วนมากต้องเก็บไว้ในไฟล์ข้อมูลที่อยู่บนดิสค์ เทป เป็นต้น สำหรับการเรียงข้อมูลแบบภายนอกจะต้องคิดถึงเวลาที่ใช้ใน การถ่ายเทข้อมูลจากหน่วยความจำชั่วคราวกับหน่วยความจำหลัก ด้วยเช่นกัน
การเรียงลำดับแบบเลือก (Selection Sort) เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเรียงลำดับข้อมูล โดยเริ่มจาก - หาตำแหน่งของข้อมูลที่มีค่าน้อยที่สุดแล้วสลับค่าของตำแหน่งข้อมูลนั้นกับค่าข้อมูลในตำแหน่ง A(1) จะได้ A(1) มีค่าน้อยที่สุด - หาตำแหน่งของข้อมูลที่มีค่าน้อยที่สุดในกลุ่ม A(2), A(3),....,A(n) แล้วทำกับสลับค่าข้อมูลในตำแหน่ง A(2) อย่างนี้เรื่อยไปจน กระทั่งไม่เกิน N-1 รอบ ก็จะได้ข้อมูลที่เรียงลำดับจากน้อยไปมาก
การเรียงลำดับแบบแทรก (Insertion Sort) หลักการ คือ
1. อ่านข้อมุลที่ต้องการเรียงลำดับเข้ามาทีละตัวโดยเริ่มจากตัวแรกก่อน และหาตำแหน่งของข้อมูลที่ควรจะอยู่
2. หาที่ว่างสำหรับข้อ 1.
3. Insert หรือแทรกข้อมูล ณ ตำแหน่งในข้อ 2.
การเรียงลำดับแบบบับเบิล (Bubble Sort) วิธัการเรียงลำดับแบบบับเบิลจะทำการเปรียบเทียบข้อมูลที่อยู่ในตำแหน่งที่ติดกัน ถ้าข้อมูลไม่อยู่ใลำดับที่ถูกต้อง ก็จะทำการสลับตำแหน่งของข้อมูลที่เปรียบเทียบโดยที่การเปรียบเทียบจะเริ่มที่ตำแหน่งที่ 1 กับตำแหน่งที่ 2 ก่อน ต่อไปนี้เทียบกับ ตำแหน่งที่ 2 และตำแหน่งที่ 3 จนถึงตำแหน่งที่จัดเรียงแล้ว จากนั้นจะกลับไปเริ่มต้นการเปรียบเทียบอีกจนกระทั่งจัดเรียง เรียบร้อยหมดทุกตำแหน่ง ในวิธีแบบ Bubble Sort ค่าในการเปรียบเทียบที่น้อยที่สุดหรือมากที่สุด จะลอยขึ้นข้างบน เหมือนกับฟองอากาศ
การเรียงลำดับโดยการใช้ฐานเลข(radix sort) การเรียงลำดับแบบนี้การเรียงลำดับ จะอยู่บนพื้นฐานของการแทนตำแหน่งของตัวเลขที่ต้องการนำมาเรียงลำดับ จะเริ่มจากตัวที่มีเลขนัยสำคัญสูงที่สุด ดำเนินจนกระทั่งถึงตัวเลขที่มีเลขนัยสำคัญต่ำสุด การเรียงลำดับในวิธีนี้การเรียงลำดับ จะเรียงจากตัวเลขที่มีนัยสำคัญน้อยที่สุดก่อน เมื่อตัวเลขทั้งหมดถูกนำมาเรียงลำดับตามเลขนัยสำคัญที่สูงขึ้น ตัวเลขที่เหมือนกัน ในตำแหน่งน้น จะต่างกันในตำแหน่งของเลขนัยสำคัญที่น้อยกว่า การประมวลผลแบบนี้จะประมวลผลกับข้อมูลทั้งหมดได้ โดยที่ไม่ต้องมีการแบ่งข้อมูลแบบกลุ่มย่อย
การเรียงลำดับอย่างเร็ว(quick sort) จะแบ่งข้อมูลเป็นสองกลุ่ม โดยใน การจัดเรียงจะเลือกข้อมุลตัวใดตัวหนึ่งออกมา ซึ่งจะเป็นตัวที่แบ่งข้อมูลออกเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะต้องมีข้อมูลน้อยกว่า ตัวแบ่ง และกลุ่มที่มีข้อมูลน้อยกว่าตัวแบ่ง และอีกกลุ่มจะมีข้อมูลที่มากกว่าตัวแบ่ง ซึ่งเราเรียกตัวแบ่งว่า ตัวหลัก(pivot) ในการเลือกตัวหลักจะมีอิสระในการเลือกข้อมูลตัวใดก็ได้ที่เราต้องการ การเรียงลำดับแบบเร็วเหมาะกับข้อมูลที่มีการเรียกซ้ำ
การท่องไปในกราฟ (graph traversal) คือ กระบวนการเข้าไปเยือนโหนดในกราฟ โดยมีหลักในการทำงานคือ แต่ละโหนดจะถูกเยือนเพียงครั้งเดียว สำหรับการท่องไปในทรีเพื่อเยือนแต่ละโหนดนั้นจะมีเส้นทางเดียว แต่ในกราฟระหว่างโหนดอาจจะมีหลายเส้นทาง ดังนั้นเพื่อป้องกันการท่องไปในเส้นทางที่ซ้ำเดิมจึงจำเป็นต้องทำเครื่องหมายมาร์คบิตบริเวณที่ได้เยือนเสร็จเรียบร้อยแล้วเพื่อไม่ให้เข้าไปเยือนอีก
สำหรับเทคนิคการท่องไปในกราฟมี 2 แบบดังนี้
การท่องแบบกว้าง (Breadth first traversal) วิธีนี้ทำโดยเลือกโหนดที่เป็นจุดเริ่มต้น ต่อมาให้เยือนโหนดอื่นที่ใกล้กันกับโหนดเริ่มต้นทีละระดับ จนกระทั่งเยือนหมดทุกโหนดในกราฟ
การท่องแบบลึก (Depth first traversal) การทำงานคล้ายกับการท่องทีละระดับของทรี โดยกำหนดเริ่มต้นที่โหนดแรกและเยือนโหนดถัดไปตามแนววิถีนั้นจนกระทั่งนำไปสู่ปลายวิถีนั้น จากนั้น ย้อนกลับ (backtrack) ตามแนววิถีเดิมนั้น จนกระทั่งสามารถดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่แนววิถีอื่น ๆ เพื่อเยือนโหนดอื่น ๆ ต่อไปจนครบทุกโหนด Sorting
การเรียงลำดับข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่งเนื่องจากทำให้ผู้ต้องการใช้ข้อมุลเช่น ผู้บริหาร,ผู้ปฏิบัติงาน (พนักงาน) สามารถทำความเข้าใจกับข้อมูลหรือทำการค้นหาข้อมูลได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้นตามที่ต้องการ
การเรียงข้อมูล สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ
การเรียงข้อมูลแบบภายใน (Internal Sorting) คือ การเรียงลำดับข้อมูล โดยทั้งหมดต้องจัดเก็บอยู่ในหน่วยความจำหลัก (main memory) ที่มีการเข้าถึงข้อมูลได้เร็ว โดยไม่จำเป็นต้องใช้หน่วยความจำสำรอง เช่น ดิสค์ หรือเทปสำหรับการจัดเก็บชั่วคราว ใช้ในกรณีที่ข้อมูลไม่มากเกินกว่าพื้นที่ความจำที่กำหนดให้กับผู้ใช้แต่ละราย
การเรียงข้อมูลแบบภายนอก (External Sorting) คือ การ เรียงลำดับข้อมูลที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะสามารถเก็บไว้ใน พื้นที่ความจำหลักที่กำหนดให้ได้ในคราวเดียว ดังนั้นข้อมูล ส่วนมากต้องเก็บไว้ในไฟล์ข้อมูลที่อยู่บนดิสค์ เทป เป็นต้น สำหรับการเรียงข้อมูลแบบภายนอกจะต้องคิดถึงเวลาที่ใช้ใน การถ่ายเทข้อมูลจากหน่วยความจำชั่วคราวกับหน่วยความจำหลัก ด้วยเช่นกัน
การเรียงลำดับแบบเลือก (Selection Sort) เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเรียงลำดับข้อมูล โดยเริ่มจาก - หาตำแหน่งของข้อมูลที่มีค่าน้อยที่สุดแล้วสลับค่าของตำแหน่งข้อมูลนั้นกับค่าข้อมูลในตำแหน่ง A(1) จะได้ A(1) มีค่าน้อยที่สุด - หาตำแหน่งของข้อมูลที่มีค่าน้อยที่สุดในกลุ่ม A(2), A(3),....,A(n) แล้วทำกับสลับค่าข้อมูลในตำแหน่ง A(2) อย่างนี้เรื่อยไปจน กระทั่งไม่เกิน N-1 รอบ ก็จะได้ข้อมูลที่เรียงลำดับจากน้อยไปมาก
การเรียงลำดับแบบแทรก (Insertion Sort) หลักการ คือ
1. อ่านข้อมุลที่ต้องการเรียงลำดับเข้ามาทีละตัวโดยเริ่มจากตัวแรกก่อน และหาตำแหน่งของข้อมูลที่ควรจะอยู่
2. หาที่ว่างสำหรับข้อ 1.
3. Insert หรือแทรกข้อมูล ณ ตำแหน่งในข้อ 2.
การเรียงลำดับแบบบับเบิล (Bubble Sort) วิธัการเรียงลำดับแบบบับเบิลจะทำการเปรียบเทียบข้อมูลที่อยู่ในตำแหน่งที่ติดกัน ถ้าข้อมูลไม่อยู่ใลำดับที่ถูกต้อง ก็จะทำการสลับตำแหน่งของข้อมูลที่เปรียบเทียบโดยที่การเปรียบเทียบจะเริ่มที่ตำแหน่งที่ 1 กับตำแหน่งที่ 2 ก่อน ต่อไปนี้เทียบกับ ตำแหน่งที่ 2 และตำแหน่งที่ 3 จนถึงตำแหน่งที่จัดเรียงแล้ว จากนั้นจะกลับไปเริ่มต้นการเปรียบเทียบอีกจนกระทั่งจัดเรียง เรียบร้อยหมดทุกตำแหน่ง ในวิธีแบบ Bubble Sort ค่าในการเปรียบเทียบที่น้อยที่สุดหรือมากที่สุด จะลอยขึ้นข้างบน เหมือนกับฟองอากาศ
การเรียงลำดับโดยการใช้ฐานเลข(radix sort) การเรียงลำดับแบบนี้การเรียงลำดับ จะอยู่บนพื้นฐานของการแทนตำแหน่งของตัวเลขที่ต้องการนำมาเรียงลำดับ จะเริ่มจากตัวที่มีเลขนัยสำคัญสูงที่สุด ดำเนินจนกระทั่งถึงตัวเลขที่มีเลขนัยสำคัญต่ำสุด การเรียงลำดับในวิธีนี้การเรียงลำดับ จะเรียงจากตัวเลขที่มีนัยสำคัญน้อยที่สุดก่อน เมื่อตัวเลขทั้งหมดถูกนำมาเรียงลำดับตามเลขนัยสำคัญที่สูงขึ้น ตัวเลขที่เหมือนกัน ในตำแหน่งน้น จะต่างกันในตำแหน่งของเลขนัยสำคัญที่น้อยกว่า การประมวลผลแบบนี้จะประมวลผลกับข้อมูลทั้งหมดได้ โดยที่ไม่ต้องมีการแบ่งข้อมูลแบบกลุ่มย่อย
การเรียงลำดับอย่างเร็ว(quick sort) จะแบ่งข้อมูลเป็นสองกลุ่ม โดยใน การจัดเรียงจะเลือกข้อมุลตัวใดตัวหนึ่งออกมา ซึ่งจะเป็นตัวที่แบ่งข้อมูลออกเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะต้องมีข้อมูลน้อยกว่า ตัวแบ่ง และกลุ่มที่มีข้อมูลน้อยกว่าตัวแบ่ง และอีกกลุ่มจะมีข้อมูลที่มากกว่าตัวแบ่ง ซึ่งเราเรียกตัวแบ่งว่า ตัวหลัก(pivot) ในการเลือกตัวหลักจะมีอิสระในการเลือกข้อมูลตัวใดก็ได้ที่เราต้องการ การเรียงลำดับแบบเร็วเหมาะกับข้อมูลที่มีการเรียกซ้ำ
วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2552
DTS09-02/09/2552
สรุปเนื้อหาบทเรียน "Data Structure"
เรื่อง ทรี tree(ต่อ) และ เรื่องกราฟ Graph
ไบนารี่เสิร์ชทรี
เป็นไบนารี่ทรีที่รวบรวมค่าของ N เรคคอร์ดซึ่งเป็นคีย์ (Key) ตั้งแต่ K1 , K2 ,…….Kn โดยแต่ละโหนด Ri จะมี Ki เพียงคีย์เดียวสำหรับ i=1,2,….,N คีย์เป็นค่าสร้างความแตกต่าง (Identifier) ให้แต่ละโหนด ในการค้นหาโหนดที่ต้องการจะกระทำโดยค้นหาค่าของคีย์ และโหนด Ri ของไบนารี่เสิร์ชทรีจะถูกจัดการตามคุณสมบัติ ดังนี้
1. ทุก ๆ คีย์ของโหนดที่อยู่ในทรีย่อยด้านซ้ายของ Ri เป็นค่าที่มาก่อนหรือน้อยกว่าคีย์ของ Ri If Ri € Left (Ri) Then Kj <>
- ทุก ๆ คีย์ของโหนดที่อยู่ในทรีย่อยด้านขวาของ Ri เป็นค่าที่ตามหลังหรือมากกว่าคีย์ของ Ri
If Ri € Right (Ri) Then Kj > Ki จะได้ว่าคีย์ที่มาก่อนจะถูกพิจารณาตามลำดับเชิงเส้นและขึ้นกับลำดับการรวบรวม เมื่อพิจารณาตามคุณสมบัติที่ผ่านมาการค้นหาจะได้คีย์ A,B,C,D ตามลำดับและมีหลายวิธีที่จะจัดการกับไบนารี่เสิร์ชทรี จากรูปดังกล่าวจะมีไบนารี่เสิร์ชทรีหลายแบบแต่ลำดับของคีย์เหมือนกัน
วิธีการดึงโหนดออก แยกได้ 3 วิธี
1. กรณีโหนดที่จะดึงออกเป็นโหนดใบ สามารถดึงได้เลยเพราะไม่มีผลกระทบต่อโหนดอื่นๆ แล้วเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด
2. กรณีโหนดที่ดึงออกมีเฉพาะทรีย่อยด้านซ้ายหรือทรีย่อยด้านขวาเพียงด้านใดด้านหนึ่ง สามารถทำได้เหมือนวิธีแรก เพียงให้โหนดแม่ของโหนดที่ต้องการดึงออกชี้ไปยังโหนดลูกของโหนดนั้นแทน
3. กรณีโหนดที่ต้องการดึงออกมีทั้งทรีย่อยด้านซ้ายและทรีย่อยด้านขวา ต้องทำการเลือกว่าจะนำทรีย่อยด้านใดมาแทนโหนดที่ถูกดึงออก
กราฟ (Graph)
เป็นโครงสร้างข้อมูลไม่เป็นเชิงเส้น (Nonlinear Data Structure) มีความแตกต่างจากโครงสร้างข้อมูลทรีในบทที่ผ่านมา แต่เป็นลักษณะพิเศษแบบหนี่งของกราฟโดยทรีเป็นกราฟอะไซคลิกที่ไม่มีการวนลูปและการวนถอยกลับ เป็นกราฟเชื่อมกันที่มีเพียงเอจเดียวระหว่างสองโหนด
กราฟเป็นโครงสร้างข้อมูลประเภทหนึ่งที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง vertex และ edge กราฟจะประกอบด้วยกลุ่มของ vertex ซึ่งแสดงในกราฟด้วยสัญลักษณ์รูปวงกลม และ กลุ่มของ edge (เส้นเชื่อมระหว่าง vertex) ใช้แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่าง vertex หากมี vertex ตั้งแต่ 2 vertex ขึ้นไปมีความสัมพันธ์กัน ใช้สัญลักษณ์เส้นตรงซึ่งอาจมีหัวลูกศร หรือไม่มีก็ได้
กราฟสามารถเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ ดังนี้
G = ( V , E )
G คือ กราฟ
V คือ กลุ่มของ vertex
E คือ กลุ่มของ edge
ศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
1.เวอร์เทก (Vertex) หมายถึง โหนด
2.เอดจ (Edge) หมายถึง เส้นเชื่อมของโหนด
3.ดีกรี (Degree) หมายถึง จำนวนเส้นเข้าและออก ของโหนดแต่ละโหนด
4.แอดจาเซนท์โหนด (Adjacent Node) หมายถึง โหนดที่มีการเชื่อมโยงกัน
Graph แบ่งเป็น
1. Directed Graph (Digraph) (Arc) แบบระบุทิศทาง
2. Undirected Graph แบบไม่ระบุทิศทาง
การเก็บข้อมูลในหน่วยความจำสามารถทำได้ 2 แบบ ดังนี้
1. Adjacency Matrix (แอดจาเซนซี เมตริก) : ใช้อาร์เรย์เก็บข้อมูล
2. Adjacency List (แอดจาเซนซี ลิส) : ใช้ลิงค์ลิสต์เก็บข้อมูล
Adjacency Matrix
เป็นโครงสร้างที่ประกอบไปด้วยโหนดและเส้นเชื่อมต่อที่บอกถึงเส้นทางของการเดินทาง หรือความสัมพันธ์ในทิศทางซึ่งสามารถนำมาแทนความสัมพันธ์นั้นด้วยการกำหนดเมตริกซ์ n x n
Mk เป็นเมทริกซ์ของกราฟใด ๆ k คือทางเดินที่มีความยาว k จากโหนดหนึ่งไปอีกโหนดหนึ่ง
Adjacency Matrix
0 : ไม่เป็นแอดจาเซนซีกัน
1 : เป็นแอดจาเซนซีกัน
การท่องไปในกราฟ
เป็นการไปเยือนโหนดในกราฟ ซึ่งแต่ละโหนดจะถูกเยือนเพียงครั้งเดียว แต่กราฟนั้นมาหลายเส้นทางเมื่อเยือนแล้วต้องทำเครื่องหมายว่าได้เยือนเรียบร้อย การท่องไปในกราฟมี 2 แบบ คือ
1.การท่องแบบกว้าง เป็นการกำหนดโหนดที่จะเยือนหรือโหนดเริ่มต้นแล้วทำการเยือนไปยังโหนดที่ใกล้เคียงจนกระทั่งครบทุกโหนด
2.การท่องแบบลึก โดยกำหนดเริ่มต้นที่โหนดแรกแล้วเยือนโหนดถัดไปตามแนววิถีจนถึงปลายวิถี แล้วย้อนกลับมาเพื่อเยือนโหนดอื่นๆ
เรื่อง ทรี tree(ต่อ) และ เรื่องกราฟ Graph
ไบนารี่เสิร์ชทรี
เป็นไบนารี่ทรีที่รวบรวมค่าของ N เรคคอร์ดซึ่งเป็นคีย์ (Key) ตั้งแต่ K1 , K2 ,…….Kn โดยแต่ละโหนด Ri จะมี Ki เพียงคีย์เดียวสำหรับ i=1,2,….,N คีย์เป็นค่าสร้างความแตกต่าง (Identifier) ให้แต่ละโหนด ในการค้นหาโหนดที่ต้องการจะกระทำโดยค้นหาค่าของคีย์ และโหนด Ri ของไบนารี่เสิร์ชทรีจะถูกจัดการตามคุณสมบัติ ดังนี้
1. ทุก ๆ คีย์ของโหนดที่อยู่ในทรีย่อยด้านซ้ายของ Ri เป็นค่าที่มาก่อนหรือน้อยกว่าคีย์ของ Ri If Ri € Left (Ri) Then Kj <>
- ทุก ๆ คีย์ของโหนดที่อยู่ในทรีย่อยด้านขวาของ Ri เป็นค่าที่ตามหลังหรือมากกว่าคีย์ของ Ri
If Ri € Right (Ri) Then Kj > Ki จะได้ว่าคีย์ที่มาก่อนจะถูกพิจารณาตามลำดับเชิงเส้นและขึ้นกับลำดับการรวบรวม เมื่อพิจารณาตามคุณสมบัติที่ผ่านมาการค้นหาจะได้คีย์ A,B,C,D ตามลำดับและมีหลายวิธีที่จะจัดการกับไบนารี่เสิร์ชทรี จากรูปดังกล่าวจะมีไบนารี่เสิร์ชทรีหลายแบบแต่ลำดับของคีย์เหมือนกัน
วิธีการดึงโหนดออก แยกได้ 3 วิธี
1. กรณีโหนดที่จะดึงออกเป็นโหนดใบ สามารถดึงได้เลยเพราะไม่มีผลกระทบต่อโหนดอื่นๆ แล้วเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด
2. กรณีโหนดที่ดึงออกมีเฉพาะทรีย่อยด้านซ้ายหรือทรีย่อยด้านขวาเพียงด้านใดด้านหนึ่ง สามารถทำได้เหมือนวิธีแรก เพียงให้โหนดแม่ของโหนดที่ต้องการดึงออกชี้ไปยังโหนดลูกของโหนดนั้นแทน
3. กรณีโหนดที่ต้องการดึงออกมีทั้งทรีย่อยด้านซ้ายและทรีย่อยด้านขวา ต้องทำการเลือกว่าจะนำทรีย่อยด้านใดมาแทนโหนดที่ถูกดึงออก
กราฟ (Graph)
เป็นโครงสร้างข้อมูลไม่เป็นเชิงเส้น (Nonlinear Data Structure) มีความแตกต่างจากโครงสร้างข้อมูลทรีในบทที่ผ่านมา แต่เป็นลักษณะพิเศษแบบหนี่งของกราฟโดยทรีเป็นกราฟอะไซคลิกที่ไม่มีการวนลูปและการวนถอยกลับ เป็นกราฟเชื่อมกันที่มีเพียงเอจเดียวระหว่างสองโหนด
กราฟเป็นโครงสร้างข้อมูลประเภทหนึ่งที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง vertex และ edge กราฟจะประกอบด้วยกลุ่มของ vertex ซึ่งแสดงในกราฟด้วยสัญลักษณ์รูปวงกลม และ กลุ่มของ edge (เส้นเชื่อมระหว่าง vertex) ใช้แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่าง vertex หากมี vertex ตั้งแต่ 2 vertex ขึ้นไปมีความสัมพันธ์กัน ใช้สัญลักษณ์เส้นตรงซึ่งอาจมีหัวลูกศร หรือไม่มีก็ได้
กราฟสามารถเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ ดังนี้
G = ( V , E )
G คือ กราฟ
V คือ กลุ่มของ vertex
E คือ กลุ่มของ edge
ศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
1.เวอร์เทก (Vertex) หมายถึง โหนด
2.เอดจ (Edge) หมายถึง เส้นเชื่อมของโหนด
3.ดีกรี (Degree) หมายถึง จำนวนเส้นเข้าและออก ของโหนดแต่ละโหนด
4.แอดจาเซนท์โหนด (Adjacent Node) หมายถึง โหนดที่มีการเชื่อมโยงกัน
Graph แบ่งเป็น
1. Directed Graph (Digraph) (Arc) แบบระบุทิศทาง
2. Undirected Graph แบบไม่ระบุทิศทาง
การเก็บข้อมูลในหน่วยความจำสามารถทำได้ 2 แบบ ดังนี้
1. Adjacency Matrix (แอดจาเซนซี เมตริก) : ใช้อาร์เรย์เก็บข้อมูล
2. Adjacency List (แอดจาเซนซี ลิส) : ใช้ลิงค์ลิสต์เก็บข้อมูล
Adjacency Matrix
เป็นโครงสร้างที่ประกอบไปด้วยโหนดและเส้นเชื่อมต่อที่บอกถึงเส้นทางของการเดินทาง หรือความสัมพันธ์ในทิศทางซึ่งสามารถนำมาแทนความสัมพันธ์นั้นด้วยการกำหนดเมตริกซ์ n x n
Mk เป็นเมทริกซ์ของกราฟใด ๆ k คือทางเดินที่มีความยาว k จากโหนดหนึ่งไปอีกโหนดหนึ่ง
Adjacency Matrix
0 : ไม่เป็นแอดจาเซนซีกัน
1 : เป็นแอดจาเซนซีกัน
การท่องไปในกราฟ
เป็นการไปเยือนโหนดในกราฟ ซึ่งแต่ละโหนดจะถูกเยือนเพียงครั้งเดียว แต่กราฟนั้นมาหลายเส้นทางเมื่อเยือนแล้วต้องทำเครื่องหมายว่าได้เยือนเรียบร้อย การท่องไปในกราฟมี 2 แบบ คือ
1.การท่องแบบกว้าง เป็นการกำหนดโหนดที่จะเยือนหรือโหนดเริ่มต้นแล้วทำการเยือนไปยังโหนดที่ใกล้เคียงจนกระทั่งครบทุกโหนด
2.การท่องแบบลึก โดยกำหนดเริ่มต้นที่โหนดแรกแล้วเยือนโหนดถัดไปตามแนววิถีจนถึงปลายวิถี แล้วย้อนกลับมาเพื่อเยือนโหนดอื่นๆ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)