วันที่ 22 - 26 พฤศจิกยน 2553
งานที่ได้ปฎิบัติ
- ทำข่าวภาษาอังกฤษขึ้นเว็บ www.en .moe.go.th รวมจำนวน 12 ข่าว
- หาเมล์สถานศึกษาในสังกัดคณะกรรมการอาชีวศึกษาและส่งให้หัวหน้าทางเมล์
- ทำ Photoshop เกี่ยวกับช่องทางการร้องเรียน/ร้องทุกข์ หน่วยงานในสังกัด สป.
- รับโทรศัพท์
- ส่งเอกสาร
- เข้าเช็คเว็บสถานศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาว่าทำหน้าเว็บลงนามถวายพระพรหรือยัง
- พิมพ์หน้าเว็บลิ้งค์ที่ไม่สามารถเข้าได้
ปัญหา
- ใช้โปรแกรม Photoshop ตัดแต่งไม่ค่อยถนัด
วิธีแก้ไขปัญหา
- เมื่อไม่เข้าใจก็จะถามว่าต้องทำแบบไหนบ้างเพื่อแต่งให้ได้สวยงาม
ประโยชน์ที่ได้รับ
- ทำให้เราเป็นคนกล้าถามมากขึ้นเมื่อไม่เข้าใจ พี่ที่ทำงานก็จะคอยแนะนำว่าอันไหนทำอะไรได้บ้าง
- รู้จักการปรับตัวเข้าหาเพื่อนที่ทำงานร่วมกัน
วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
สรุปรายการปฎิบัติงานสัปดาห์ที่ 3
วันที่ 15-19 พฤศจิกยน 2553
วันจ้นทร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2553 ไปฝึกงานนอกสถานที่ ณ อิมแพ็คเมืองทอง
งาน ICT เพื่อการศึกษา โดยมีนายกอภิสิทธิ์ เดินทางไปเปิดงาน
งานที่ปฎิบัติ
-ไปยืนหน้างานเคยติดสติ๊กเกอร์ให้ผู้ที่มาร่วมงาน หากไม่มีสติ๊กเกอร์ก็เข้างานไม่ได้
-ไปช่วยเจกโปรชัวกับปากกาในงานในงาน ICTเพื่อการศึกษา 700 ชุด
- ช่วยพี่เดินแจกข้างกล่องให้แต่ละบู๊ท ในงาน ICT เพื่อการศึกษา
งานวันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2553
งานที่ปฎิบัติ
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์กระทรวง หัวข้อข่าวเด่นประเด็นร้อน จำนวน 30 ข่าว
- แก้ไขปฎิทินรายการทำงานขึ้นเว็บไซต์
- เอาข่าวภาษาอังกฤษขึ้นหน้าเว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษ จำนวน 20 ข่าว
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์ หัวข้อข่าวคนดีโรงเรียนเด่น จำนวน 15 ข่าว
- รับโทรศัพท์ , ถ่ายเอกสาร , เดินส่งเอกสาร , ไปส่งพัสดุ
- เข้าไปเช็ครวมเว็บไซต์อื่นๆว่าสามารถลิ้งเข้าไปได้หรือเปล่า โดยมีหัวข้อข่าวดังนี้
1.สถานที่ท่องเที่ยว แบ่งออกเป็น 35 หัวข้อ
2.สถานีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ แบ่งออกเป็น 26 หัวข้อ
3.คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี แบ่งออกเป็น 23 หัวข้อ
4.สุขภาพและโรงพยาบาล แบ่งออกเป็น 61 หัวข้อ
5. ทั่วไป แบ่งออกเป็น 12 หัวข้อ
ปัญหา
- มีเว็บไซต์ที่ไม่สามารถเข้าลิ้งได้
การแก้ปัญหา
- แก้ไขให้พี่เค้าสอนทำลิ้งเข้าเว็บไซต์ใหม่
ประโยชน์ที่ได้รับ
- ได้รู้จักการทำงานนอกสถานที่
- ได้รู้จักการวางตัวให้ถูกต้องและเหมาะสม
- ได้รู้จักการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบนเว็บไซต์
วันจ้นทร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2553 ไปฝึกงานนอกสถานที่ ณ อิมแพ็คเมืองทอง
งาน ICT เพื่อการศึกษา โดยมีนายกอภิสิทธิ์ เดินทางไปเปิดงาน
งานที่ปฎิบัติ
-ไปยืนหน้างานเคยติดสติ๊กเกอร์ให้ผู้ที่มาร่วมงาน หากไม่มีสติ๊กเกอร์ก็เข้างานไม่ได้
-ไปช่วยเจกโปรชัวกับปากกาในงานในงาน ICTเพื่อการศึกษา 700 ชุด
- ช่วยพี่เดินแจกข้างกล่องให้แต่ละบู๊ท ในงาน ICT เพื่อการศึกษา
งานวันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2553
งานที่ปฎิบัติ
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์กระทรวง หัวข้อข่าวเด่นประเด็นร้อน จำนวน 30 ข่าว
- แก้ไขปฎิทินรายการทำงานขึ้นเว็บไซต์
- เอาข่าวภาษาอังกฤษขึ้นหน้าเว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษ จำนวน 20 ข่าว
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์ หัวข้อข่าวคนดีโรงเรียนเด่น จำนวน 15 ข่าว
- รับโทรศัพท์ , ถ่ายเอกสาร , เดินส่งเอกสาร , ไปส่งพัสดุ
- เข้าไปเช็ครวมเว็บไซต์อื่นๆว่าสามารถลิ้งเข้าไปได้หรือเปล่า โดยมีหัวข้อข่าวดังนี้
1.สถานที่ท่องเที่ยว แบ่งออกเป็น 35 หัวข้อ
2.สถานีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ แบ่งออกเป็น 26 หัวข้อ
3.คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี แบ่งออกเป็น 23 หัวข้อ
4.สุขภาพและโรงพยาบาล แบ่งออกเป็น 61 หัวข้อ
5. ทั่วไป แบ่งออกเป็น 12 หัวข้อ
ปัญหา
- มีเว็บไซต์ที่ไม่สามารถเข้าลิ้งได้
การแก้ปัญหา
- แก้ไขให้พี่เค้าสอนทำลิ้งเข้าเว็บไซต์ใหม่
ประโยชน์ที่ได้รับ
- ได้รู้จักการทำงานนอกสถานที่
- ได้รู้จักการวางตัวให้ถูกต้องและเหมาะสม
- ได้รู้จักการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบนเว็บไซต์
วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
สรุปรายการปฎิบัติงานสัปดาห์ที่ 2
วันที่ 8 - 12 พฤศจิกายน 2553
งานที่ปฎิบัติ
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์ข่าวเด่นประเด็นร้อน จำนวน 50 ข่าว
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์หัวข้อ ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก 10 ข่าว
- นำข่าวภาษาอังกฤษขึ้นเว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษ 15 ข่าว
- พิมพ์งานเอกสารและแปลงไฟล์ PTF
- แก้ไขปฎิทินรายการทำงานขึ้นหน้าเว็บไซต์กระทรวง
- รับโทรศัพท์
- ถ่ายเอกสาร
- เดินส่งเอกสาร
- เข้าประชุมเพื่อเตรียมงาน ICT เพื่อการศึกษา ณ เมืองทอง
ปัญหา
- เอกสารที่ไปถ่ายมาเรียงไม่ตรงตามต้นฉบับ
การแก้ไขปัญหา
- ต้องไปยืมเอกสารต้นฉบับที่เอาไปส่งแล้วกับมาดูเพื่อเรียงให้ถูกต้องใหม่
ประโยชน์ที่ได้รับ
- รู้จักการวางแผนในการปฎิบัติงาน
- ได้รู้จักการแบ่งหน้าที่ในการเตรียมงานก่อนวันจริง
งานที่ปฎิบัติ
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์ข่าวเด่นประเด็นร้อน จำนวน 50 ข่าว
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์หัวข้อ ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก 10 ข่าว
- นำข่าวภาษาอังกฤษขึ้นเว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษ 15 ข่าว
- พิมพ์งานเอกสารและแปลงไฟล์ PTF
- แก้ไขปฎิทินรายการทำงานขึ้นหน้าเว็บไซต์กระทรวง
- รับโทรศัพท์
- ถ่ายเอกสาร
- เดินส่งเอกสาร
- เข้าประชุมเพื่อเตรียมงาน ICT เพื่อการศึกษา ณ เมืองทอง
ปัญหา
- เอกสารที่ไปถ่ายมาเรียงไม่ตรงตามต้นฉบับ
การแก้ไขปัญหา
- ต้องไปยืมเอกสารต้นฉบับที่เอาไปส่งแล้วกับมาดูเพื่อเรียงให้ถูกต้องใหม่
ประโยชน์ที่ได้รับ
- รู้จักการวางแผนในการปฎิบัติงาน
- ได้รู้จักการแบ่งหน้าที่ในการเตรียมงานก่อนวันจริง
วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
สรุปรายการปฎิบัติงานสัปดาห์ที่ 1
วันที่ 1-5 พฤศจิกยน 2553
งานที่ได้ปฎิบัติ
วันที่ 1 พ.ย.2553
- ศึกษาเกี่ยวกับเว็บไซต์สารสนเทศของกระทรวงศึกษาธิการ
- ตรวจสอบรายชื่อว่าตรงกับวุฒิบัตรหรือเปล่า
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
วันที่ 2 พ.ย.2553
- หาข่าวเกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่ออเอาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ หัวข้อข่าว ข่าวคนดีเด่นในวงการสถานศึกษา ,ทุนการศึกษา,ข่าวเด่นประเด็นร้อน
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าว ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
- พิมพ์งานและเอาข้อมูลลงข่าวประชาสัมพันธ์
วันที่ 3 พ.ย.2553
- เข้าไปแก้ไขเบอร์โทรในหน้าเว็บสำนักงานปลัดกระทรวงและทำเนียบผู้บริหารระดับสูง
- เอาข่าวภาษาอังกฤษขึ้นหน้าเว็บข่าวภาษาอังกฤษ
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์ ข่าวเด่นประเด็นร้อน
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าว ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
วันที่ 4 พ.ย.2553
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์หัวข้อข่าวเด่นประเด็นร้อน
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าว ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
- แก้ไขข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาในเว็บไซต์
วันที่ 5 พ.ย.2553
- แก้ไขปฎิทินการทำงานขึ้นเว็บไซต์
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าวเด่นประเด็นร้อน
- เอาข่าวภาษาอังกฤษขึ้นหน้าเว็บข่าวภาษาอังกฤษ
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
ปัญหา
- ไม่คุ้นเคยกับเว็บไซต์หน่วยงานสารสนเทศของกระทรวงศึกษาธิการ
- ค้นหาใบรายชื่อที่ให้ตรวจสอบไม่เจอ
- รับโทรศัพท์ไม่สามารถตอบข้อสงสัยได้
การแก้ไขปัญหา
- สอบถามพี่ที่อยู่หน่วยสารสนเทศ
- สอบถามพี่ที่มอบหมายงานให้และถามว่ารายชื่อจะอยู่ตรงไหน
- มีการโอนสายไปให้หัวหน้าตอบข้อสงสัย
ประโยชน์ที่ได้รับ
- สร้างเสริมลักษณะนิสัยให้เป็นคนตรงต่อเวลา
- รู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับเพื่อนร่วมงาน
- รู้จักการมีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย
- เรียนรู้โปรแกรมต่างๆ ที่หน่วยงานนำมาใช้ในการทำงาน
- เรียนรู้ทักษะการใช้งานอุปกรณ์สำนักงาน
- ได้รับความรู้ใหม่และประสบการณ์ในสภาวะการทำงานจริง
งานที่ได้ปฎิบัติ
วันที่ 1 พ.ย.2553
- ศึกษาเกี่ยวกับเว็บไซต์สารสนเทศของกระทรวงศึกษาธิการ
- ตรวจสอบรายชื่อว่าตรงกับวุฒิบัตรหรือเปล่า
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
วันที่ 2 พ.ย.2553
- หาข่าวเกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่ออเอาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ หัวข้อข่าว ข่าวคนดีเด่นในวงการสถานศึกษา ,ทุนการศึกษา,ข่าวเด่นประเด็นร้อน
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าว ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
- พิมพ์งานและเอาข้อมูลลงข่าวประชาสัมพันธ์
วันที่ 3 พ.ย.2553
- เข้าไปแก้ไขเบอร์โทรในหน้าเว็บสำนักงานปลัดกระทรวงและทำเนียบผู้บริหารระดับสูง
- เอาข่าวภาษาอังกฤษขึ้นหน้าเว็บข่าวภาษาอังกฤษ
- หาข่าวขึ้นเว็บไซต์ ข่าวเด่นประเด็นร้อน
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าว ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
วันที่ 4 พ.ย.2553
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์หัวข้อข่าวเด่นประเด็นร้อน
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าว ความก้าวหน้า 5 องค์กรหลัก
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
- แก้ไขข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาในเว็บไซต์
วันที่ 5 พ.ย.2553
- แก้ไขปฎิทินการทำงานขึ้นเว็บไซต์
- หาข่าวขึ้นหน้าเว็บไซต์ หัวข้อข่าวเด่นประเด็นร้อน
- เอาข่าวภาษาอังกฤษขึ้นหน้าเว็บข่าวภาษาอังกฤษ
- รับโทรศัพท์ ,ถ่ายเอกสารและเดินส่งเอกสาร
ปัญหา
- ไม่คุ้นเคยกับเว็บไซต์หน่วยงานสารสนเทศของกระทรวงศึกษาธิการ
- ค้นหาใบรายชื่อที่ให้ตรวจสอบไม่เจอ
- รับโทรศัพท์ไม่สามารถตอบข้อสงสัยได้
การแก้ไขปัญหา
- สอบถามพี่ที่อยู่หน่วยสารสนเทศ
- สอบถามพี่ที่มอบหมายงานให้และถามว่ารายชื่อจะอยู่ตรงไหน
- มีการโอนสายไปให้หัวหน้าตอบข้อสงสัย
ประโยชน์ที่ได้รับ
- สร้างเสริมลักษณะนิสัยให้เป็นคนตรงต่อเวลา
- รู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับเพื่อนร่วมงาน
- รู้จักการมีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย
- เรียนรู้โปรแกรมต่างๆ ที่หน่วยงานนำมาใช้ในการทำงาน
- เรียนรู้ทักษะการใช้งานอุปกรณ์สำนักงาน
- ได้รับความรู้ใหม่และประสบการณ์ในสภาวะการทำงานจริง
วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ลูกแรดเตรียมพร้อมล่าเหยื่อ
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ3
1.ความมีเหตุผล :ความสามารถในการใช้ปัญญาในการประพฤติปฏิบัติ รู้จักไตร่ตรอง พิสูจน์ให้ประจักษ์ ไม่หลงงมงาย มีความยับยั้งชั่งใจ ไม่ผูกพันตนเองกับอารมณ์และความยึดมั่นส่วนตัวความสามารถในการหาสาเหตุของสิ่งต่าง ๆ ได้โดยการคิดใคร่ครวญ ไตร่ตรองปัญหาต่าง ๆ ว่ามีต้นตอมามาจากสิ่งใด รวมไปถึงการพิจารณาว่าถ้าทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดลงไปแล้วจะเกิดผลดีหรือผลเสียต่อตนเอง และคนรอบข้างอย่างไรบ้าง
อย่างเช่น
– ใช้กระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล
- ศรัทธาต่อการเข้าให้ถึงความจริงของเรื่องต่าง ๆ
- ไม่ลุ่มหลงเพราะเชื่องมงาย
- ไม่ยึดตนเองหรือบุคคลเป็นใหญ่
- ไม่สรุปอย่างง่าย ๆ โดยไม่ใช้เหตุผลอย่างรอบคอบ
- รู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักตน รู้จักประมาณ รู้จักกาละเทศะ
2. ความประหยัด :การใช้สิ่งทั้งหลายอย่างพอเหมาะพอควรเพื่อให้ได้ประโยชน์มากที่สุดการรู้จักใช้ รู้จักออมทรัพย์สิน เวลา ทรัพยากรทั้งส่วนตนและสังคมตามความจำเป็นให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด รวมทั้งการรู้จักดำรงชีวิตให้เหมาะสมกับสภาพฐานะความเป็นอยู่ส่วนตนและสังคม
อย่างเช่น
- รู้จักใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ เหมาะกับสถานการณ์
- ใช้จ่ายทรัพย์เท่าที่จำเป็น สมควรแก่อัตภาพ
- รู้จักใช้ประโยชน์จากของเก่า
- รู้จักทำของใช้เอง
- ใช้และถนอมของใช้ และทรัพย์สินให้คงคุณค่า และประโยชน์
3. ความอดทนอดกลั้น : ความอดทน คือการกระทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ สม่ำเสมอเป็นระยะเวลานาน โดยไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรคทั้งปวง ความอดกลั้น คือ การรู้จักข่มใจในเวลาที่เผชิญกับเหตุการณ์ที่เย้ายวนทุกรูปแบบ อันจะทำให้ไม่เกิดความเสียหายหรือถลำลึกลงไปในความชั่วร้าย หรือความทุจริตทั้งปวง ความเข้มแข็ง ความบึกบึน ความหนักแน่นของจิตใจที่สามารถยืนหยัดต่อสู้การกระทบกระทั้งของสภาพการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่แสดงอาการหวั่นไหวใด ๆ
อย่างเช่น
- ไม่แสดงอาการเจ็บป่วย หรือทุรนทุรายต่อความเจ็บป่วย หรือต่อ ความลำบาก ตรากตรำ
- อดทนต่อความยากลำบาก ต่อคำเย้ยหยัน คำดูหมิ่น และคำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่นโดยไม่แสดงปฏิบัติโต้ตอบใด ๆ
- มีจิตใจเข้มแข็ง ไม่ท้อแท้ ไม่ว่าจะตกอยู่ในสภาพการณ์หรือเหตุการณ์ใด ๆ
4. ความเคารพนับถือผู้อื่น : การแสดงออกซึ่งกาย วาจา ใจ อันสุภาพอ่อนโยน การรู้จักสำรวม รู้จักการให้เกียรติผู้อื่นและให้เกียรติสิ่งที่ควรเคารพอย่างถูกต้องเหมาะสมตามโอกาสและสถานการณ์ การเคารพในการแสดงออกทางความคิด คำพูดและการกระทำของผู้อื่น อันจะทำให้ตนเองมีใจที่เปิดกว้าง ไม่หมกมุ่นอยู่แต่ความติดของตนเอง เพราะในบางครั้งการที่ยึดติดอยู่เฉพาะแต่ความคิดของตนอย่างเดียวนั้นอาจจะผิดพลาด หรือมองปัญหาได้ไม่ทั่วถึง
อย่างเช่น
- แสดงความสุภาพอ่อนโยน
- แสดงอากัปกิริยาสำรวมและสงบเสงี่ยม
- ยอมรับฟังคำแนะนำของผู้อื่นด้วยกิริยาอันสำรวม
5.ความสามัคคี :ความพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การร่วมมือกันทำกิจการให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีความพร้อมเพรียง หรือความปรองดองกัน
อย่างเช่น
- รักหมู่คณะ มีใจหวังดี
- มองคนอื่นในแง่ดีเสมอ
- เข้ามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกิจการของส่วนรวม
- เป็นผู้ประสานความสามัคคีในหมู่คณะ
- ปรับตนเองให้เข้ากับผู้อื่นได้
ในการที่ข้าพเจ้าได้เรียนวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 3 นั้นทำให้ข้าพเจ้าได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก ข้าพเจ้าได้ทั้งเพื่อนและก็ประสบการณ์ในการทำงานกับคนอื่น ซึ่งข้าพเจ้าไม่ได้สนิทมาก่อนก็ได้มาทำงานร่วมกัน ซึ่งก็ทำให้ข้าพเจ้าได้รับความรู้เพิ่มเติม และก็มีข้อคิดดีๆ ที่ได้จากอาจารย์ผู้สอนทุกท่านซึ่งมักจะมีข้อคิดเตือนใจข้าพเจ้าอยู่เสมอ นอกจากนั้นก็จะมีวิทยากรต่างๆที่กิจกรรมของแต่ละแขนงจัดขึ้น ข้าพเจ้าจะนำสิ่งดีๆที่ข้าพเจ้าได้รับมานี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด
1.ความมีเหตุผล :ความสามารถในการใช้ปัญญาในการประพฤติปฏิบัติ รู้จักไตร่ตรอง พิสูจน์ให้ประจักษ์ ไม่หลงงมงาย มีความยับยั้งชั่งใจ ไม่ผูกพันตนเองกับอารมณ์และความยึดมั่นส่วนตัวความสามารถในการหาสาเหตุของสิ่งต่าง ๆ ได้โดยการคิดใคร่ครวญ ไตร่ตรองปัญหาต่าง ๆ ว่ามีต้นตอมามาจากสิ่งใด รวมไปถึงการพิจารณาว่าถ้าทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดลงไปแล้วจะเกิดผลดีหรือผลเสียต่อตนเอง และคนรอบข้างอย่างไรบ้าง
อย่างเช่น
– ใช้กระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล
- ศรัทธาต่อการเข้าให้ถึงความจริงของเรื่องต่าง ๆ
- ไม่ลุ่มหลงเพราะเชื่องมงาย
- ไม่ยึดตนเองหรือบุคคลเป็นใหญ่
- ไม่สรุปอย่างง่าย ๆ โดยไม่ใช้เหตุผลอย่างรอบคอบ
- รู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักตน รู้จักประมาณ รู้จักกาละเทศะ
2. ความประหยัด :การใช้สิ่งทั้งหลายอย่างพอเหมาะพอควรเพื่อให้ได้ประโยชน์มากที่สุดการรู้จักใช้ รู้จักออมทรัพย์สิน เวลา ทรัพยากรทั้งส่วนตนและสังคมตามความจำเป็นให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด รวมทั้งการรู้จักดำรงชีวิตให้เหมาะสมกับสภาพฐานะความเป็นอยู่ส่วนตนและสังคม
อย่างเช่น
- รู้จักใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ เหมาะกับสถานการณ์
- ใช้จ่ายทรัพย์เท่าที่จำเป็น สมควรแก่อัตภาพ
- รู้จักใช้ประโยชน์จากของเก่า
- รู้จักทำของใช้เอง
- ใช้และถนอมของใช้ และทรัพย์สินให้คงคุณค่า และประโยชน์
3. ความอดทนอดกลั้น : ความอดทน คือการกระทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ สม่ำเสมอเป็นระยะเวลานาน โดยไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรคทั้งปวง ความอดกลั้น คือ การรู้จักข่มใจในเวลาที่เผชิญกับเหตุการณ์ที่เย้ายวนทุกรูปแบบ อันจะทำให้ไม่เกิดความเสียหายหรือถลำลึกลงไปในความชั่วร้าย หรือความทุจริตทั้งปวง ความเข้มแข็ง ความบึกบึน ความหนักแน่นของจิตใจที่สามารถยืนหยัดต่อสู้การกระทบกระทั้งของสภาพการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่แสดงอาการหวั่นไหวใด ๆ
อย่างเช่น
- ไม่แสดงอาการเจ็บป่วย หรือทุรนทุรายต่อความเจ็บป่วย หรือต่อ ความลำบาก ตรากตรำ
- อดทนต่อความยากลำบาก ต่อคำเย้ยหยัน คำดูหมิ่น และคำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่นโดยไม่แสดงปฏิบัติโต้ตอบใด ๆ
- มีจิตใจเข้มแข็ง ไม่ท้อแท้ ไม่ว่าจะตกอยู่ในสภาพการณ์หรือเหตุการณ์ใด ๆ
4. ความเคารพนับถือผู้อื่น : การแสดงออกซึ่งกาย วาจา ใจ อันสุภาพอ่อนโยน การรู้จักสำรวม รู้จักการให้เกียรติผู้อื่นและให้เกียรติสิ่งที่ควรเคารพอย่างถูกต้องเหมาะสมตามโอกาสและสถานการณ์ การเคารพในการแสดงออกทางความคิด คำพูดและการกระทำของผู้อื่น อันจะทำให้ตนเองมีใจที่เปิดกว้าง ไม่หมกมุ่นอยู่แต่ความติดของตนเอง เพราะในบางครั้งการที่ยึดติดอยู่เฉพาะแต่ความคิดของตนอย่างเดียวนั้นอาจจะผิดพลาด หรือมองปัญหาได้ไม่ทั่วถึง
อย่างเช่น
- แสดงความสุภาพอ่อนโยน
- แสดงอากัปกิริยาสำรวมและสงบเสงี่ยม
- ยอมรับฟังคำแนะนำของผู้อื่นด้วยกิริยาอันสำรวม
5.ความสามัคคี :ความพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การร่วมมือกันทำกิจการให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีความพร้อมเพรียง หรือความปรองดองกัน
อย่างเช่น
- รักหมู่คณะ มีใจหวังดี
- มองคนอื่นในแง่ดีเสมอ
- เข้ามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกิจการของส่วนรวม
- เป็นผู้ประสานความสามัคคีในหมู่คณะ
- ปรับตนเองให้เข้ากับผู้อื่นได้
ในการที่ข้าพเจ้าได้เรียนวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 3 นั้นทำให้ข้าพเจ้าได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก ข้าพเจ้าได้ทั้งเพื่อนและก็ประสบการณ์ในการทำงานกับคนอื่น ซึ่งข้าพเจ้าไม่ได้สนิทมาก่อนก็ได้มาทำงานร่วมกัน ซึ่งก็ทำให้ข้าพเจ้าได้รับความรู้เพิ่มเติม และก็มีข้อคิดดีๆ ที่ได้จากอาจารย์ผู้สอนทุกท่านซึ่งมักจะมีข้อคิดเตือนใจข้าพเจ้าอยู่เสมอ นอกจากนั้นก็จะมีวิทยากรต่างๆที่กิจกรรมของแต่ละแขนงจัดขึ้น ข้าพเจ้าจะนำสิ่งดีๆที่ข้าพเจ้าได้รับมานี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด
วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552
DTS 11-16/09/2552
สรุปเนื้อหาบทเรียน "Data Structure"
เรื่อง Searching
การค้นหาข้อมูลแบ่งตามลักษณะการจัดเก็บได้ 2 อย่างคือ
1. การค้นหาข้อมูลภายใน (Internal Search)
2. การค้นหาข้อมูลภายนอก (External Search)
แบ่งตามลักษณะการค้นหาได้ 2 อย่างคือ
1. การค้นหาข้อมูลตามลำดับ (Linear Search)
ซึ่งการค้นหาแบบนี้มีเทคนิค 2 อย่างคือ
1.1 Unsorted Linear Search เป็นการค้นหาข้อมูลแบบเรียงลำดับทีละตัว เริ่มตั้งแต่ข้อมูลตัวแรก ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบข้อมูลที่ต้องการ หรือจนหมดทุกตัว
Algorithm
1. กำหนดให้ ตัวนับเริ่มต้นเป็นตัวแรกของข้อมูล
2. เปรียบเทียบข้อมูล ถ้า - พบข้อมูล ทำข้อ 5 - ไม่พบข้อมูล ทำข้อ 3
3. เพิ่มค่า ตัวนับ
4. ทำซ้ำข้อ 2
5. จบ
1.2 Sorted Linear Search เป็นการค้นหาข้อมูลแบบเรียงลำดับทีละตัว เริ่มตั้งแต่ข้อมูลตัวแรก ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบข้อมูลที่ต้องการ หรือจนค่าของข้อมูลตัวถัดไปมีค่ามากกว่า ซึ่งมีเงื่อนไขว่า ข้อมูลนั้นต้องมีการจัดเรียงแล้วเท่านั้น
Algorithm
1. กำหนดให้ ตัวนับเริ่มต้นเป็นตัวแรกของข้อมูล
2. เปรียบเทียบข้อมูล ถ้า -พบข้อมูล ทำข้อ 5 -ค่าของข้อมูลที่ต้องการค้นหา < ค่าของข้อมูลที่ตำแหน่ง ตัวนับ ทำข้อ 5
3. เพิ่มค่า ตัวนับ
4. ทำซ้ำข้อ 2
5. จบ
2. การค้นหาข้อมูลทวิภาค (Binary Search)
2.1 Binary Search in Array เป็นการค้นหาข้อมูลแบบทวิภาค โดยอาศัยการแบ่งข้อมูลที่มีอยู่ออกเป็นส่วน ๆ ซึ่งต้องหาค่ากลางของข้อมูลแล้วทำการเปรียบเทียบข้อมูลจากค่ากลางนั้น และข้อมูลต้องมีการจัดเรียงแล้วเท่านั้น
Algorithm
1. หาตำแหน่งกึ่งกลางโดย ได้จาก (Lo+Hi)/2
2. เปรียบเทียบ ถ้า
2.1 พบข้อมูล ทำข้อ 4
2.2 ข้อมูลมีค่าน้อยกว่าค่ากลางให้ ค่ากลางทางซ้าย
2.3 ข้อมูลมีค่ามากกว่าค่ากลางให้ ค่ากลางทางขวา
3. ทำซ้ำข้อ 2 จนกระทั่ง ตำแหน่ง Hi=Lo
4. จบ
2.2 Binary Search Tree เป็นการค้นหาข้อมูลแบบทวิภาค ซึ่งข้อมูลจัดอยู่ในรูปแบบของ Tree ที่เป็นลักษณะของ Binary Tree
Algorithm
1. สร้าง Binary Tree
2. เปรียบเทียบ กับ Node ที่อยู่ขณะนั้น ถ้า
2.1 ถ้าพบ ทำข้อ 4
2.2 ถ้า ค่าที่ต้องการค้นหา > Node ที่อยู่ขณะนั้น ให้หา Node ทางขวา
2.3 ถ้า ค่าที่ต้องการค้นหา < Node ที่อยู่ขณะนั้น ให้หา Node ทางซ้าย
3. ทำซ้ำข้อ 2 จน Node ไม่มี Child
4. จบ
เรื่อง Searching
การค้นหาข้อมูลแบ่งตามลักษณะการจัดเก็บได้ 2 อย่างคือ
1. การค้นหาข้อมูลภายใน (Internal Search)
2. การค้นหาข้อมูลภายนอก (External Search)
แบ่งตามลักษณะการค้นหาได้ 2 อย่างคือ
1. การค้นหาข้อมูลตามลำดับ (Linear Search)
ซึ่งการค้นหาแบบนี้มีเทคนิค 2 อย่างคือ
1.1 Unsorted Linear Search เป็นการค้นหาข้อมูลแบบเรียงลำดับทีละตัว เริ่มตั้งแต่ข้อมูลตัวแรก ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบข้อมูลที่ต้องการ หรือจนหมดทุกตัว
Algorithm
1. กำหนดให้ ตัวนับเริ่มต้นเป็นตัวแรกของข้อมูล
2. เปรียบเทียบข้อมูล ถ้า - พบข้อมูล ทำข้อ 5 - ไม่พบข้อมูล ทำข้อ 3
3. เพิ่มค่า ตัวนับ
4. ทำซ้ำข้อ 2
5. จบ
1.2 Sorted Linear Search เป็นการค้นหาข้อมูลแบบเรียงลำดับทีละตัว เริ่มตั้งแต่ข้อมูลตัวแรก ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบข้อมูลที่ต้องการ หรือจนค่าของข้อมูลตัวถัดไปมีค่ามากกว่า ซึ่งมีเงื่อนไขว่า ข้อมูลนั้นต้องมีการจัดเรียงแล้วเท่านั้น
Algorithm
1. กำหนดให้ ตัวนับเริ่มต้นเป็นตัวแรกของข้อมูล
2. เปรียบเทียบข้อมูล ถ้า -พบข้อมูล ทำข้อ 5 -ค่าของข้อมูลที่ต้องการค้นหา < ค่าของข้อมูลที่ตำแหน่ง ตัวนับ ทำข้อ 5
3. เพิ่มค่า ตัวนับ
4. ทำซ้ำข้อ 2
5. จบ
2. การค้นหาข้อมูลทวิภาค (Binary Search)
2.1 Binary Search in Array เป็นการค้นหาข้อมูลแบบทวิภาค โดยอาศัยการแบ่งข้อมูลที่มีอยู่ออกเป็นส่วน ๆ ซึ่งต้องหาค่ากลางของข้อมูลแล้วทำการเปรียบเทียบข้อมูลจากค่ากลางนั้น และข้อมูลต้องมีการจัดเรียงแล้วเท่านั้น
Algorithm
1. หาตำแหน่งกึ่งกลางโดย ได้จาก (Lo+Hi)/2
2. เปรียบเทียบ ถ้า
2.1 พบข้อมูล ทำข้อ 4
2.2 ข้อมูลมีค่าน้อยกว่าค่ากลางให้ ค่ากลางทางซ้าย
2.3 ข้อมูลมีค่ามากกว่าค่ากลางให้ ค่ากลางทางขวา
3. ทำซ้ำข้อ 2 จนกระทั่ง ตำแหน่ง Hi=Lo
4. จบ
2.2 Binary Search Tree เป็นการค้นหาข้อมูลแบบทวิภาค ซึ่งข้อมูลจัดอยู่ในรูปแบบของ Tree ที่เป็นลักษณะของ Binary Tree
Algorithm
1. สร้าง Binary Tree
2. เปรียบเทียบ กับ Node ที่อยู่ขณะนั้น ถ้า
2.1 ถ้าพบ ทำข้อ 4
2.2 ถ้า ค่าที่ต้องการค้นหา > Node ที่อยู่ขณะนั้น ให้หา Node ทางขวา
2.3 ถ้า ค่าที่ต้องการค้นหา < Node ที่อยู่ขณะนั้น ให้หา Node ทางซ้าย
3. ทำซ้ำข้อ 2 จน Node ไม่มี Child
4. จบ
DTS10-09/09/2552
สรุปเนื้อหาบทเรียน "Data Structure" เรื่อง Graph (ต่อ) และ Sorting
การท่องไปในกราฟ (graph traversal) คือ กระบวนการเข้าไปเยือนโหนดในกราฟ โดยมีหลักในการทำงานคือ แต่ละโหนดจะถูกเยือนเพียงครั้งเดียว สำหรับการท่องไปในทรีเพื่อเยือนแต่ละโหนดนั้นจะมีเส้นทางเดียว แต่ในกราฟระหว่างโหนดอาจจะมีหลายเส้นทาง ดังนั้นเพื่อป้องกันการท่องไปในเส้นทางที่ซ้ำเดิมจึงจำเป็นต้องทำเครื่องหมายมาร์คบิตบริเวณที่ได้เยือนเสร็จเรียบร้อยแล้วเพื่อไม่ให้เข้าไปเยือนอีก
สำหรับเทคนิคการท่องไปในกราฟมี 2 แบบดังนี้
การท่องแบบกว้าง (Breadth first traversal) วิธีนี้ทำโดยเลือกโหนดที่เป็นจุดเริ่มต้น ต่อมาให้เยือนโหนดอื่นที่ใกล้กันกับโหนดเริ่มต้นทีละระดับ จนกระทั่งเยือนหมดทุกโหนดในกราฟ
การท่องแบบลึก (Depth first traversal) การทำงานคล้ายกับการท่องทีละระดับของทรี โดยกำหนดเริ่มต้นที่โหนดแรกและเยือนโหนดถัดไปตามแนววิถีนั้นจนกระทั่งนำไปสู่ปลายวิถีนั้น จากนั้น ย้อนกลับ (backtrack) ตามแนววิถีเดิมนั้น จนกระทั่งสามารถดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่แนววิถีอื่น ๆ เพื่อเยือนโหนดอื่น ๆ ต่อไปจนครบทุกโหนด Sorting
การเรียงลำดับข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่งเนื่องจากทำให้ผู้ต้องการใช้ข้อมุลเช่น ผู้บริหาร,ผู้ปฏิบัติงาน (พนักงาน) สามารถทำความเข้าใจกับข้อมูลหรือทำการค้นหาข้อมูลได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้นตามที่ต้องการ
การเรียงข้อมูล สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ
การเรียงข้อมูลแบบภายใน (Internal Sorting) คือ การเรียงลำดับข้อมูล โดยทั้งหมดต้องจัดเก็บอยู่ในหน่วยความจำหลัก (main memory) ที่มีการเข้าถึงข้อมูลได้เร็ว โดยไม่จำเป็นต้องใช้หน่วยความจำสำรอง เช่น ดิสค์ หรือเทปสำหรับการจัดเก็บชั่วคราว ใช้ในกรณีที่ข้อมูลไม่มากเกินกว่าพื้นที่ความจำที่กำหนดให้กับผู้ใช้แต่ละราย
การเรียงข้อมูลแบบภายนอก (External Sorting) คือ การ เรียงลำดับข้อมูลที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะสามารถเก็บไว้ใน พื้นที่ความจำหลักที่กำหนดให้ได้ในคราวเดียว ดังนั้นข้อมูล ส่วนมากต้องเก็บไว้ในไฟล์ข้อมูลที่อยู่บนดิสค์ เทป เป็นต้น สำหรับการเรียงข้อมูลแบบภายนอกจะต้องคิดถึงเวลาที่ใช้ใน การถ่ายเทข้อมูลจากหน่วยความจำชั่วคราวกับหน่วยความจำหลัก ด้วยเช่นกัน
การเรียงลำดับแบบเลือก (Selection Sort) เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเรียงลำดับข้อมูล โดยเริ่มจาก - หาตำแหน่งของข้อมูลที่มีค่าน้อยที่สุดแล้วสลับค่าของตำแหน่งข้อมูลนั้นกับค่าข้อมูลในตำแหน่ง A(1) จะได้ A(1) มีค่าน้อยที่สุด - หาตำแหน่งของข้อมูลที่มีค่าน้อยที่สุดในกลุ่ม A(2), A(3),....,A(n) แล้วทำกับสลับค่าข้อมูลในตำแหน่ง A(2) อย่างนี้เรื่อยไปจน กระทั่งไม่เกิน N-1 รอบ ก็จะได้ข้อมูลที่เรียงลำดับจากน้อยไปมาก
การเรียงลำดับแบบแทรก (Insertion Sort) หลักการ คือ
1. อ่านข้อมุลที่ต้องการเรียงลำดับเข้ามาทีละตัวโดยเริ่มจากตัวแรกก่อน และหาตำแหน่งของข้อมูลที่ควรจะอยู่
2. หาที่ว่างสำหรับข้อ 1.
3. Insert หรือแทรกข้อมูล ณ ตำแหน่งในข้อ 2.
การเรียงลำดับแบบบับเบิล (Bubble Sort) วิธัการเรียงลำดับแบบบับเบิลจะทำการเปรียบเทียบข้อมูลที่อยู่ในตำแหน่งที่ติดกัน ถ้าข้อมูลไม่อยู่ใลำดับที่ถูกต้อง ก็จะทำการสลับตำแหน่งของข้อมูลที่เปรียบเทียบโดยที่การเปรียบเทียบจะเริ่มที่ตำแหน่งที่ 1 กับตำแหน่งที่ 2 ก่อน ต่อไปนี้เทียบกับ ตำแหน่งที่ 2 และตำแหน่งที่ 3 จนถึงตำแหน่งที่จัดเรียงแล้ว จากนั้นจะกลับไปเริ่มต้นการเปรียบเทียบอีกจนกระทั่งจัดเรียง เรียบร้อยหมดทุกตำแหน่ง ในวิธีแบบ Bubble Sort ค่าในการเปรียบเทียบที่น้อยที่สุดหรือมากที่สุด จะลอยขึ้นข้างบน เหมือนกับฟองอากาศ
การเรียงลำดับโดยการใช้ฐานเลข(radix sort) การเรียงลำดับแบบนี้การเรียงลำดับ จะอยู่บนพื้นฐานของการแทนตำแหน่งของตัวเลขที่ต้องการนำมาเรียงลำดับ จะเริ่มจากตัวที่มีเลขนัยสำคัญสูงที่สุด ดำเนินจนกระทั่งถึงตัวเลขที่มีเลขนัยสำคัญต่ำสุด การเรียงลำดับในวิธีนี้การเรียงลำดับ จะเรียงจากตัวเลขที่มีนัยสำคัญน้อยที่สุดก่อน เมื่อตัวเลขทั้งหมดถูกนำมาเรียงลำดับตามเลขนัยสำคัญที่สูงขึ้น ตัวเลขที่เหมือนกัน ในตำแหน่งน้น จะต่างกันในตำแหน่งของเลขนัยสำคัญที่น้อยกว่า การประมวลผลแบบนี้จะประมวลผลกับข้อมูลทั้งหมดได้ โดยที่ไม่ต้องมีการแบ่งข้อมูลแบบกลุ่มย่อย
การเรียงลำดับอย่างเร็ว(quick sort) จะแบ่งข้อมูลเป็นสองกลุ่ม โดยใน การจัดเรียงจะเลือกข้อมุลตัวใดตัวหนึ่งออกมา ซึ่งจะเป็นตัวที่แบ่งข้อมูลออกเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะต้องมีข้อมูลน้อยกว่า ตัวแบ่ง และกลุ่มที่มีข้อมูลน้อยกว่าตัวแบ่ง และอีกกลุ่มจะมีข้อมูลที่มากกว่าตัวแบ่ง ซึ่งเราเรียกตัวแบ่งว่า ตัวหลัก(pivot) ในการเลือกตัวหลักจะมีอิสระในการเลือกข้อมูลตัวใดก็ได้ที่เราต้องการ การเรียงลำดับแบบเร็วเหมาะกับข้อมูลที่มีการเรียกซ้ำ
การท่องไปในกราฟ (graph traversal) คือ กระบวนการเข้าไปเยือนโหนดในกราฟ โดยมีหลักในการทำงานคือ แต่ละโหนดจะถูกเยือนเพียงครั้งเดียว สำหรับการท่องไปในทรีเพื่อเยือนแต่ละโหนดนั้นจะมีเส้นทางเดียว แต่ในกราฟระหว่างโหนดอาจจะมีหลายเส้นทาง ดังนั้นเพื่อป้องกันการท่องไปในเส้นทางที่ซ้ำเดิมจึงจำเป็นต้องทำเครื่องหมายมาร์คบิตบริเวณที่ได้เยือนเสร็จเรียบร้อยแล้วเพื่อไม่ให้เข้าไปเยือนอีก
สำหรับเทคนิคการท่องไปในกราฟมี 2 แบบดังนี้
การท่องแบบกว้าง (Breadth first traversal) วิธีนี้ทำโดยเลือกโหนดที่เป็นจุดเริ่มต้น ต่อมาให้เยือนโหนดอื่นที่ใกล้กันกับโหนดเริ่มต้นทีละระดับ จนกระทั่งเยือนหมดทุกโหนดในกราฟ
การท่องแบบลึก (Depth first traversal) การทำงานคล้ายกับการท่องทีละระดับของทรี โดยกำหนดเริ่มต้นที่โหนดแรกและเยือนโหนดถัดไปตามแนววิถีนั้นจนกระทั่งนำไปสู่ปลายวิถีนั้น จากนั้น ย้อนกลับ (backtrack) ตามแนววิถีเดิมนั้น จนกระทั่งสามารถดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่แนววิถีอื่น ๆ เพื่อเยือนโหนดอื่น ๆ ต่อไปจนครบทุกโหนด Sorting
การเรียงลำดับข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่งเนื่องจากทำให้ผู้ต้องการใช้ข้อมุลเช่น ผู้บริหาร,ผู้ปฏิบัติงาน (พนักงาน) สามารถทำความเข้าใจกับข้อมูลหรือทำการค้นหาข้อมูลได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้นตามที่ต้องการ
การเรียงข้อมูล สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ
การเรียงข้อมูลแบบภายใน (Internal Sorting) คือ การเรียงลำดับข้อมูล โดยทั้งหมดต้องจัดเก็บอยู่ในหน่วยความจำหลัก (main memory) ที่มีการเข้าถึงข้อมูลได้เร็ว โดยไม่จำเป็นต้องใช้หน่วยความจำสำรอง เช่น ดิสค์ หรือเทปสำหรับการจัดเก็บชั่วคราว ใช้ในกรณีที่ข้อมูลไม่มากเกินกว่าพื้นที่ความจำที่กำหนดให้กับผู้ใช้แต่ละราย
การเรียงข้อมูลแบบภายนอก (External Sorting) คือ การ เรียงลำดับข้อมูลที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะสามารถเก็บไว้ใน พื้นที่ความจำหลักที่กำหนดให้ได้ในคราวเดียว ดังนั้นข้อมูล ส่วนมากต้องเก็บไว้ในไฟล์ข้อมูลที่อยู่บนดิสค์ เทป เป็นต้น สำหรับการเรียงข้อมูลแบบภายนอกจะต้องคิดถึงเวลาที่ใช้ใน การถ่ายเทข้อมูลจากหน่วยความจำชั่วคราวกับหน่วยความจำหลัก ด้วยเช่นกัน
การเรียงลำดับแบบเลือก (Selection Sort) เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเรียงลำดับข้อมูล โดยเริ่มจาก - หาตำแหน่งของข้อมูลที่มีค่าน้อยที่สุดแล้วสลับค่าของตำแหน่งข้อมูลนั้นกับค่าข้อมูลในตำแหน่ง A(1) จะได้ A(1) มีค่าน้อยที่สุด - หาตำแหน่งของข้อมูลที่มีค่าน้อยที่สุดในกลุ่ม A(2), A(3),....,A(n) แล้วทำกับสลับค่าข้อมูลในตำแหน่ง A(2) อย่างนี้เรื่อยไปจน กระทั่งไม่เกิน N-1 รอบ ก็จะได้ข้อมูลที่เรียงลำดับจากน้อยไปมาก
การเรียงลำดับแบบแทรก (Insertion Sort) หลักการ คือ
1. อ่านข้อมุลที่ต้องการเรียงลำดับเข้ามาทีละตัวโดยเริ่มจากตัวแรกก่อน และหาตำแหน่งของข้อมูลที่ควรจะอยู่
2. หาที่ว่างสำหรับข้อ 1.
3. Insert หรือแทรกข้อมูล ณ ตำแหน่งในข้อ 2.
การเรียงลำดับแบบบับเบิล (Bubble Sort) วิธัการเรียงลำดับแบบบับเบิลจะทำการเปรียบเทียบข้อมูลที่อยู่ในตำแหน่งที่ติดกัน ถ้าข้อมูลไม่อยู่ใลำดับที่ถูกต้อง ก็จะทำการสลับตำแหน่งของข้อมูลที่เปรียบเทียบโดยที่การเปรียบเทียบจะเริ่มที่ตำแหน่งที่ 1 กับตำแหน่งที่ 2 ก่อน ต่อไปนี้เทียบกับ ตำแหน่งที่ 2 และตำแหน่งที่ 3 จนถึงตำแหน่งที่จัดเรียงแล้ว จากนั้นจะกลับไปเริ่มต้นการเปรียบเทียบอีกจนกระทั่งจัดเรียง เรียบร้อยหมดทุกตำแหน่ง ในวิธีแบบ Bubble Sort ค่าในการเปรียบเทียบที่น้อยที่สุดหรือมากที่สุด จะลอยขึ้นข้างบน เหมือนกับฟองอากาศ
การเรียงลำดับโดยการใช้ฐานเลข(radix sort) การเรียงลำดับแบบนี้การเรียงลำดับ จะอยู่บนพื้นฐานของการแทนตำแหน่งของตัวเลขที่ต้องการนำมาเรียงลำดับ จะเริ่มจากตัวที่มีเลขนัยสำคัญสูงที่สุด ดำเนินจนกระทั่งถึงตัวเลขที่มีเลขนัยสำคัญต่ำสุด การเรียงลำดับในวิธีนี้การเรียงลำดับ จะเรียงจากตัวเลขที่มีนัยสำคัญน้อยที่สุดก่อน เมื่อตัวเลขทั้งหมดถูกนำมาเรียงลำดับตามเลขนัยสำคัญที่สูงขึ้น ตัวเลขที่เหมือนกัน ในตำแหน่งน้น จะต่างกันในตำแหน่งของเลขนัยสำคัญที่น้อยกว่า การประมวลผลแบบนี้จะประมวลผลกับข้อมูลทั้งหมดได้ โดยที่ไม่ต้องมีการแบ่งข้อมูลแบบกลุ่มย่อย
การเรียงลำดับอย่างเร็ว(quick sort) จะแบ่งข้อมูลเป็นสองกลุ่ม โดยใน การจัดเรียงจะเลือกข้อมุลตัวใดตัวหนึ่งออกมา ซึ่งจะเป็นตัวที่แบ่งข้อมูลออกเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะต้องมีข้อมูลน้อยกว่า ตัวแบ่ง และกลุ่มที่มีข้อมูลน้อยกว่าตัวแบ่ง และอีกกลุ่มจะมีข้อมูลที่มากกว่าตัวแบ่ง ซึ่งเราเรียกตัวแบ่งว่า ตัวหลัก(pivot) ในการเลือกตัวหลักจะมีอิสระในการเลือกข้อมูลตัวใดก็ได้ที่เราต้องการ การเรียงลำดับแบบเร็วเหมาะกับข้อมูลที่มีการเรียกซ้ำ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)